GGC เติบโตต่อเนื่อง เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิ 351 ล้านบาท ชูกลยุทธ์การจัดการที่เป็นเลิศ หนุนผลประกอบการครึ่งปีแรกโตแกร่ง พร้อมเดินหน้าสู่ผู้นำความยั่งยืนระดับโลก
10 August 2026

กรุงเทพฯ –บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ทำกำไรสุทธิ 351 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายรวม 5,566 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนภาพรวมผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรก ของปี 2569 เติบโตอย่างโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิรวม 448 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกที่แม่นยำ
ดร.กฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ เป็นผลจากการบริหารจัดการและกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่สอดรับกับนโยบายภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะนโยบายการปรับสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลเกรดหลักจาก B5 เป็น B7 ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ส่งผลให้ความต้องการเมทิลเอสเทอร์ (Methyl Ester: ME) หรือ B100 ในประเทศเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 28
ในไตรมาส 2 ปี 2569 กลุ่มธุรกิจ ME มีรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นตาม Demand ที่ปรับตัวดีขึ้นจากอานิสงค์นโยบาย B7 จากภาครัฐ แม้ว่าจะยังคงเผชิญความท้าทายจากราคาวัตถุดิบ (Feedstock) ที่ผันผวน ซึ่งบริษัทฯ ได้บริหารจัดการและวางแผนด้านวัตถุดิบอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันความเสี่ยงไว้แล้ว
ด้านการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ (Fatty Alcohols: FA) บริษัทฯ ได้ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตผ่านการปรับเปลี่ยนสารเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ที่ช่วยเพิ่มกำลัง การผลิต และยังช่วยลดจำนวนชั่วโมงการหยุดซ่อมบำรุง ควบคู่ไปกับการดำเนินมาตรการบริหารต้นทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบและสนับสนุนความสามารถในการแข่งขัน ของธุรกิจในระยะยาว
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 GGC มีสินทรัพย์รวม 11,086 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากสิ้นปี 2568) โดยมีสภาพคล่องระดับสูงจากเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนระยะสั้นรวมกันกว่า 2,332 ล้านบาท สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินที่พร้อมรองรับโอกาสการเติบโตและการลงทุนใหม่ๆ ในอนาคต
“ผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปีที่ปิดกำไร 448 ล้านบาทนี้ สะท้อนถึงศักยภาพของ GGC ในการรับมือกับความท้าทายของตลาดได้อย่างมีทิศทาง เรายังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด และการสร้างมูลค่าสูงสุดจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน เพื่อยกระดับ ขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว” ดร.กฤษฎากล่าว
นอกเหนือจากผลการดำเนินงานทางการเงิน GGC ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับสากล โดยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Top 5% ของบริษัทในอุตสาหกรรมเคมีทั่วโลก จาก S&P Global Sustainability Yearbook 2026 พร้อมทั้งได้รับมอบประกาศนียบัตรคาร์บอนเครดิตชุดแรก
การบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ GGC ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การลดก๊าซเรือนกระจก และการร่วมมือกับ ภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนานวัตกรรมชีวภาพคาร์บอนต่ำ อันเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างคุณค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน