GGC มีเป้าหมายในการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมโอลีโอเคมี และเคมีภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุน การเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรและยกระดับ ความเป็นอยู่ของเกษตรกร ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่า ให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชน สังคม รวมทั้งดูแล รักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันสืบไป


นายคงกระพัน อินทรแจ้ง

ประธานกรรมการ

ขอขอบคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ที่ทุ่มเทและให้การสนับสนุนบริษัทฯ เสมอมา บริษัทฯ ขับเคลื่อนธุรกิจบนแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างสมดุลในการพัฒนาเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและ สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


นายไพโรจน์ สมุทรธนานนท์

กรรมการผู้จัดการ

ปี 2563 ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวและหยุดชะงัก นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและสังคมนอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประสบกับราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ผันผวนและวิกฤตการณ์น้ำแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้น บริษัทฯ จึงกำหนดมาตรการรองรับความท้าทายดังกล่าว โดยมีคณะกรรมการ Value Chain Management Committee (VCM) ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลและสนับสนุนการดำเนินการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินงานของบริษัทฯ นอกจากนี้ ในวิกฤตการณ์น้ำแล้ง บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงความต้องการใช้น้ำในทุกภาคส่วน จากการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้ในปี 2563 บริษัทฯ สามารถลดการใช้น้ำได้ร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับการใช้น้ำในปีที่ผ่านมา

บริษัทฯ มีเป้าหมายในการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมโอลีโอเคมีและเคมีภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรและยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกร ทั้งนี้บริษัทฯ มีการดำเนินงานที่สำคัญในปี 2563 ได้แก่ การเปิดตัวโรงงานผลิตกลีเซอรีนบริสุทธิ์แห่งที่ 2 ซึ่งมีกำลังการผลิตกลีเซอรีนบริสุทธิ์สูง ถึง 20,000 ตันต่อปี เพื่อขยายส่วนแบ่งทางการตลาดของกลีเซอรีน และรองรับกลีเซอรีนดิบที่ผลิตได้เพิ่มขึ้นจากโรงงานผลิตเมทิลเอสเทอร์แห่งที่ 2 โดยดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการดูแลทำความสะอาดและดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล อาทิ สบู่ล้างมือ เจลแอลกอฮอล์ที่มีส่วนผสมของกลีเซอรีนบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในภาวะ New Normal ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม

การดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืนของบริษัทฯ ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนที่มีการกำกับดูแลกิจการในเกณฑ์ “ดีเลิศ” หรือ 5 ดาว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน ประจำปี 2563 ภายใต้การดูแลของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือ IOD และรางวัล “หุ้นยั่งยืน” (Thailand Sustainability Investment: THSI) จากตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทยและวารสารการเงินธนาคารประจำปี 2563

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับการรับรองจาก UN Global Compact โดยองค์การ สหประชาชาติ ให้เป็น 1 ใน 41 องค์กรระดับโลกที่มีการดำเนิน ธุรกิจอย่างยั่งยืนอยู่ในระดับสูงสุด (LEAD) โดยบริษัทฯ เป็นบริษัทเดียวในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โอลีโอเคมีที่ได้รับการรับรองนี้ แสดงให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชนอย่างยั่งยืนภายใต้หลักบรรษัทภิบาล

การขับเคลื่อนธุรกิจบนแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทฯโดยการสานต่อ “โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์” ที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่การเป็น Bio Hub แบบครบวงจรแห่งแรกในอาเซียน ซึ่งสอดรับกับนโยบายภาครัฐตามโมเดล BCG ซึ่งสนับสนุนเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) แบบองค์รวม โดยเน้นการลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพในระยะแรก และมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าทางการเกษตรเพื่อต่อยอดสู่พลาสติกชีวภาพและเคมีชีวภาพ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในระยะที่สอง เพื่อสร้างสมดุลในการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยคาดว่า “โครงการนครสวรรค์ไบโอ คอมเพล็กซ์” จะแล้วเสร็จและสามารถดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2564

ในนามของบริษัทฯ ขอขอบคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนที่ทุ่มเทและให้การสนับสนุนบริษัทฯ เสมอมา บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรผ่านการดำเนินงานของบริษัทฯควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชน สังคม รวมทั้งดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันสืบไป