ความท้าทายและความมุ่งมั่น

แรงงานเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงมุ่งพัฒนาศักยภาพพนักงานและให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยบริหารจัดการความปลอดภัยทั้งในกระบวนการผลิตและความปลอดภัยส่วนบุคคลตามมาตรฐานสากล อาทิ United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGP) เพื่อป้องกันความเสี่ยง ความสูญเสีย และส่งเสริมการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมตามหลักสิทธิมนุษยชน

ผู้มีส่วนได้เสียหลัก

พนักงาน
คู่ค้า และคู่ค้าทางธุรกิจ
ลูกค้า

สำหรับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียเพิ่มเติม: Stakeholder Engagement

เป้าหมายการดำเนินงาน

จำนวนอุบัติเหตุกระบวนการผลิต
Tier 1 เป็น
0
ในปี 2568
จำนวนอุบัติเหตุกระบวนการผลิต
Tier 2 เป็น
0
ในปี 2568
อัตราความถี่การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน
0
ในปี 2568
เป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ

ผลการดำเนินการที่สำคัญปี 2568

จำนวนอุบัติเหตุกระบวนการผลิต Tier 1 เป็น 0 ในปี 2025
จำนวนอุบัติเหตุกระบวนการผลิต Tier 2 เป็น 0 ในปี 2025
อัตราความถี่การบาดเจ็บขั้นหยุดงานเป็น 0 ในปี 2025
เป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ

แนวทางการบริหารจัดการ

กลยุทธ์ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย 5 ปี (2563-2567)
GRI 403-1 (2018), 403-2 (2018)

บริษัทฯ กำหนดนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ภายใต้ระบบบริหารจัดการ OEMS โดยให้ทุกโรงงานได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ISO 45001 พร้อมจัดทำกลยุทธ์ความปลอดภัย 5 ปี ครอบคลุม 3 ด้านหลัก คือ ความปลอดภัยส่วนบุคคล ความปลอดภัยในกระบวนการผลิต และความปลอดภัยนอกการปฏิบัติงาน
Personal Safety
  • สร้างนวัตกรรม B-CAREs ให้แข็งแกร่ง
  • ร่วมมือกับผู้รับเหมาเพื่อบริหารจัดการความปลอดภัยของผู้รับเหมา
  • ส่งเสริมการตระหนักรู้เกี่ยวกับความเสี่ยง และการป้องกันความเสี่ยงส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ
Process safety
  • เสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย
  • นำหลักการ PSM มาใช้ในการดําเนินงานของบริษัทฯ ผ่านทางคณะกรรมการ PSM ทุกระดับ
  • ส่งเสริมความเป็นผู้นําด้านความปลอดภัย ให้กับพนักงานในทุกระดับ
  • ปรับปรุงเทคนิคด้าน PSM เพื่อเพิ่มศักยภาพของพนักงานบริษัทฯ
Off the Job Safety
  • ปรับปรุงและนําหลักการใช้ถนนอย่างปลอดภัย
Emergency / Crisis Management
  • การส่งเสริมการบริหารจัดการด้านเหตุฉุกเฉิน

สามารถรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Health and Safety Performance) ได้ที่ Performance Data 2025

หน้าที่ของคณะกรรมการกำกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Duties of the Occupational Health and Safety Culture Committee) GRI 403-4 (2018)

การดำเนินงานของทีม Safety Culture Committee (The S.A.F.E team) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกจากหลายฝ่ายและได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง โดยประธาน คือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานปฎิบัติการที่เป็นเลิศ และผู้จัดการฝ่ายจากหน่วยงานปฏิบัติการ หน่วยงานเทคโนโลยีการผลิต และหน่วยงานวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จากทั้ง 2 โรงงาน และมีหน่วยงานคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผู้จัดการฝ่าย สังกัดผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการปฎิบัติการที่เป็นเลิศ เป็นที่ปรึกษาอีกด้วย

ทั้งนี้ การจัดตั้งทีม S.A.F.E มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่สำคัญ 4 ประการ ได้แก่

Secure ความมั่นคง ปลอดภัยจากอันตราย
Aware ปลูกจิตสำนึกความปลอดภัย
Focused การเดิน SWO
Focus Engaged การมีส่วนร่วม ทั้งนี้ได้ส่งผลให้เกิดการพัฒนาระบบความปลอดภัยในโรงงานอย่างเป็นรูปธรรม

จากการจัดตั้งทีม S.A.F.E บริษัทฯ มีความคาดหวังในผลลัพธ์และประโยชน์ที่สำคัญ ดังนี้:

  • มีการจัดกลุ่มย่อยเพื่อวิเคราะห์รายงาน SWO และ Near-miss โดยมี Safety Engineer เป็นผู้ประสานงานหลักในแต่ละโรงงาน เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมในการระบุและประเมินความเสี่ยง
  • ผลการวิเคราะห์ถูกนำเสนอในที่ประชุม คปอ. ทุกเดือน เพื่อหารือแนวทางแก้ไขร่วมกัน และจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความปลอดภัย
  • การดำเนินงานดังกล่าวช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร และสร้างช่องทางการสื่อสารที่เปิดกว้างระหว่างพนักงานและคณะกรรมการ SHE

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม (SHE Steering Committee) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลและติดตามการดำเนินงานตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมภายในของบริษัทฯ ให้มีมาตรฐานทัดเทียมหลักสากลและบรรลุเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ และจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากพนักงาน เพื่อเปิดช่องทางในการปรึกษาหารือกับพนักงาน หรือผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้าน SHE ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายงานความคืบหน้าของการดำเนินงานเป็นประจำทุกเดือน

1. กำหนดและทบทวนนโยบายเป้าหมายแผนงานด้าน SHE

2. กำกับดูแล สนับสนุน และติดตามผลการดำเนินงาน ด้าน SHE ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ดำเนินงานตามมาตรฐานสากล และสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ

3. พิจารณา อนุมัติ และประกาศใช้คู่มือ SHE และกระบวนการที่มีความสำคัญ และครอบคลุมการปฏิบัติงานของบริษัทฯ

4. ประชุมคณะกรรมการ SHE อย่างน้อยปีละ 6 ครั้ง

5. ในการประชุมมีองค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง

6. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานได้ตามความจำเป็นและความเหมาะสม

ความปลอดภัยของกระบวนการผลิต (Process Safety) GRI 403-3 (2018)

บริษัทฯ ประยุกต์ใช้มาตรฐาน Process Safety Management (PSM) และดำเนินงานตาม Plant Reliability Master Plan เพื่อให้การผลิตมีความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยสูงสุด พร้อมตรวจประเมินโดยผู้ประเมินภายนอก และกำหนดมาตรการลดความเสี่ยงด้านเครื่องจักร ประสิทธิภาพการผลิต และป้องกันเหตุไม่ปลอดภัย

โครงการ Bow-Tie Barrier Validation Checklist

บริษัทฯ นำวิธีการชี้บ่งความเสี่ยงแบบ Bow-Tie มาใช้ในการติดตามและเฝ้าระวังอุบัติเหตุด้านความปลอดภัยกระบวนการผลิต (Process Safety) รวมถึงใช้เป็นเครื่องมือในการสอบทวนมาตรการควบคุมต่าง ๆ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากเหตุการณ์อุบัติการณ์ร้ายแรง (Major Accident Event: MAE) โดยมีการตรวจสอบและประเมินการทำงาน Preventive Maintenance (PM) ของอุปกรณ์ป้องกัน กรณีหากพบข้อบกพร่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาแก้ไขให้กลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามปกติ และสามารถป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง พร้อมทั้งนำผลมาแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความปลอดภัย ลดการหยุดชะงักของกระบวนการผลิต และพัฒนาระบบความปลอดภัยให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในปัจจุบันและอนาคต โดยในปี 2568 ได้ดำเนินการต่อเนื่องในการประเมินความเสี่ยงจากโรงงานในจังหวัดระยองและชลบุรี รวมถึงการตรวจสอบความเสี่ยงจากการรั่วไหลของเมทานอล ซึ่งจะทำให้เกิดไฟไหม้หรือระเบิดได้

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

  • ป้องกันและลดความเสี่ยงจากอุบัติการณ์ร้ายแรงในโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ลดการหยุดชะงักของกระบวนการผลิต ทำให้ธุรกิจดำเนินต่อเนื่อง
  • พัฒนาระบบและมาตรฐานความปลอดภัยให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคตเดิม

โครงการ Field Risk Assessment (FRA) & Smart SWO

โครงการ Field Risk Assessment (FRA) จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานภาคสนามของพนักงาน โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการระบุ วิเคราะห์ และประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานจริง ทั้งในด้านบุคลากร (Personnel) สิ่งอำนวยความสะดวก (Facility) และเทคโนโลยี (Technology) เพื่อให้ระบบการป้องกันและควบคุมความเสี่ยง (Barriers of Protection) มีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะนำไปสู่การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุร้ายแรง เช่น การระเบิด การรั่วไหลของสารเคมี และเหตุเพลิงไหม้ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดการอบรมการบ่งชี้ความเสี่ยงตามขั้นตอนการดำเนินงานตาม FRA เป็นประจำ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในการรายงานการบ่งชี้ความเสี่ยง และป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งการกำหนดแผนการรับมือเบื้องต้น โดยมีการจัดทำรายงาน FRA ประจำปี 2567 พบข้อค้นพบทั้งหมด 23 รายการ (Deviation 8 รายการ และ Positive 15 รายการ) ทำให้บริษัทฯจัดทำแผนดำเนินการต่อไปในปี 2568

บริษัทฯ มอบหมายให้พนักงานลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพและความพร้อมใช้งานของอุปกรณ์การผลิตและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ โดยจัดทำรายงานและระบุประเด็นที่ควรปรับปรุงในปี 2568 ซึ่งเน้นการตรวจสอบระบบความปลอดภัยในหัวข้อต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทั้งสองโรงกลั่น เช่น ตู้บรรจุอุปกรณ์ดับเพลิง ท่อดับเพลิง กลไกการทำงานของ Fixed Monitor ระบบน้ำดับเพลิง (Fire Water) ระบบโฟมดับเพลิง ตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุของกระบวนการผลิต เพื่อให้มั่นใจในความพร้อมใช้งานและประสิทธิภาพของระบบในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นต้น

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

  • จัดทำ แผนปฏิบัติงาน FRA ปี 2568 เพื่อดำเนินการเดือนละ 2 ครั้ง พร้อมติดตามผลรายไตรมาส
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ Operation, Process & Technic, SHE Engineer, Maintenance และ ERS รวมกว่า 30 คน ในการดำเนินกิจกรรมและประเมินความเสี่ยงร่วมกัน

โครงการ การซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP)

บริษัทฯ จัดฝึกซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) เป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างความเข้าใจในบทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบ และฝึกใช้กลยุทธ์ของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงการประสานงานร่วมกันเพื่อลดความผิดพลาดในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยในปี 2568 ได้จัดฝึกซ้อม 1 ครั้งในเดือนตุลาคม ได้แก่ การรับมือเหตุ Power & Stream Disruption จาก Extreme weather ส่งผลให้ผู้จ่ายกระแสไฟฟ้าหลัก ได้แก่ GPSC หยุดเดินเครื่องฉุกเฉิน (Emergency Shut Down) ทำให้ไม่สามารถส่งไฟฟ้าและไอน้ำให้กับบริษัทฯ โดยการฝึกซ้อมมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายร่วมดำเนินการฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

  • บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการเพื่อตอบสนองต่ออุบัติการณ์เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมและทันท่วงที ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น
  • ฝ่ายผู้อำนวยการแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ เข้าใจถึงบทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบตนเอง
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถประสานการทำงานร่วมกันและเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ทันที และเป็นการฝึกซ้อมการใช้กลยุทธ์ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้บริษัทฯ สามารถดําเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

โครงการ e-JSEA

โครงการ ระบบ e-JSEA (Job Safety and Environmental Analysis System) มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ความปลอดภัยของงานที่มีความเสี่ยงสูง โดยเปลี่ยนกระบวนการจัดทำเอกสาร JSEA จากรูปแบบกระดาษเป็นระบบออนไลน์ เพื่อให้สามารถจัดเก็บ อนุมัติ และติดตามผลได้อย่างเป็นระบบและโปร่งใส ทั้งนี้ระบบ e-JSEA เริ่มใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 โดยเอกสาร JSEA ฉบับเดิมที่ยังไม่หมดอายุยังคงสามารถใช้งานต่อได้

กระบวนการอนุมัติเอกสารในระบบ e-JSEA เริ่มจากการส่งคำขอโดยผู้จัดทำเอกสาร (Requestor) ซึ่งต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามแบบฟอร์มที่กำหนดในระบบ และยืนยันการส่งหลังจากประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นเอกสารจะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบ (Review) โดยผู้ตรวจสอบที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากการตรวจสอบเสร็จสิ้น เอกสารจะเข้าสู่ขั้นตอนการอนุมัติ (Approval) โดยผู้มีอำนาจอนุมัติจากแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อการอนุมัติครบทุกฝ่าย สถานะของเอกสารจะเปลี่ยนเป็นการได้รับอนุมัติแล้ว (Approved) เอกสารที่ได้รับการอนุมัติจะมีอายุการใช้งาน 1 ปี นับจากวันที่อนุมัติ สามารถพิมพ์เพื่อใช้งานและแนบกับการขออนุญาตทำงาน (Permit to Work) ทั้งนี้เอกสารจะถูกจัดเก็บใน JSEA Library เพื่อใช้ในการทบทวนในอนาคต

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

  • เพิ่มความสะดวกในการจัดทำ อนุมัติ และตรวจสอบเอกสาร JSEA ผ่านระบบออนไลน์แบบเรียลไทม์
  • ลดความผิดพลาดในการจัดเก็บข้อมูล และสามารถติดตามสถานะการอนุมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เสริมสร้างความเข้าใจด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงาน โดยเฉพาะงานที่มีความเสี่ยงสูง เช่น Hot Work งานในที่อับอากาศ และงานยกของหนัก เป็นต้น
  • มีช่องทางติดต่อและให้การสนับสนุนผ่าน Line Group: GGC e-Permit Support และระบบ ServiceNow (ICT Support) เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

ความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Safety) GRI 403-2 (2018)

บริษัทฯ ส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัย เพื่อสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลให้แก่พนักงาน และผู้รับเหมา รวมถึงกำหนดเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดกิจกรรม 5ส การจัดประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.) เพื่อรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานด้านความปลอดภัยเป็นประจำทุกเดือน การรายงานความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ การทำกิจกรรม SWO (Safety Walk Observation) อย่างต่อเนื่อง และกำหนดมาตรฐาน/กระบวนการความปลอดภัย เป็นต้น

การสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัย (Rising Safety Awareness ) GRI 403-2 (2018)

บริษัทฯ สร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยและสร้างความเข้มแข็งในการจัดการระบบมาตรฐานที่จำเป็นให้กับบุคลากรด้านการผลิตทุกระดับเป็นประจำ ประกอบด้วย ความปลอดภัยในโรงงานต้องเป็นไปตามมาตรฐานตามกฎหมาย (Process Safety Management) การกำหนดแผนลดการใช้พลังงานในการผลิต การส่งเสริมวินัยการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย และวางแผนการลดปริมาณของเสียจากการผลิต (Waste Reduction)

โครงการ Safety Commitment Workshop

บริษัทฯ จัดโครงการ Safety Commitment Workshop เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจด้านอาชีวอนามัยแก่พนักงานและผู้รับเหมา โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้บริหารของผู้รับเหมายอมรับและร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการเป็นองค์กรที่มีอุบัติเหตุเป็นศูนย์ พร้อมให้คำแนะนำและอบรมการปฏิบัติตามหลัก 5Rs ในช่วง Plant Shut down เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุหรือผลกระทบต่อบริษัทฯ โดยในปี 2568 มีผู้รับเหมาร่วมโครงการครบ ร้อยละ 100

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

  • เสริมสร้างความตระหนักรู้และความร่วมมือด้านความปลอดภัยระหว่างบริษัทฯ และผู้รับเหมา
  • ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและผลกระทบในช่วง Plant Shut Down
  • สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งสู่เป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์อย่างยั่งยืนเดิม

โครงการ GGC QCC

บริษัทฯ จัดกิจกรรม GGC QCC เพื่อส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพงานและสร้างนวัตกรรมใหม่ โดยยึดหลักแนวคิด “QCC 5G – Let Innovation Flow. Let Excellence Grow.” ให้เกิดการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) และสร้างคุณค่าให้กับองค์กร ผ่านการเรียนรู้จาก Lesson Learned หรือ Best Practice ภายในหน่วยงาน

โครงการนี้มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยงานร่วมกันพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์องค์กรในด้าน ZERO Loss, ZERO Accident และ ZERO Breakdown รวมถึงสนับสนุนแนวคิด One Plant One Project เพื่อขับเคลื่อนสู่ความเป็นเลิศด้านคุณภาพและนวัตกรรม

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

  • ส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์และการปรับปรุงงานในระดับทีม ผ่านการจัด Small Group และนำเสนอผลงานในงาน QCC
  • สนับสนุนวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นนวัตกรรม คุณภาพ และความยั่งยืน
  • โครงการที่ประสบความสำเร็จจะได้รับการต่อยอดในปีถัดไป เพิ่มโอกาสให้ผลงานสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อองค์กร

โครงการ One Supervisor One B-CAREs

บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วมด้านความปลอดภัยระหว่างหัวหน้างาน ผู้ปฏิบัติงาน ผู้รับเหมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านโครงการประกวดปรับปรุงความปลอดภัยภายใต้หลัก Engineering Control แก้ไข้ปัญหาของแหล่งกำเนิดอันตราย และเป็นการสร้างวัฒนธรรม Safety in Line Responsibility

ทั้งนี้ โครงการ “Modify by Self for Reduced Cost” เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม B-CAREs Project: Season #5 – 2025 ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการดูแลความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน ภายใต้แนวคิด “Everyday SAFE by Everyone” และ “คุย – เตือน – หยุด” เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงและซ่อมแซมอุปกรณ์ด้วยตนเองอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

  • สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่เข้มแข็งและตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในทุกระดับ
  • ลดค่าใช้จ่ายได้กว่า 1,000,000 บาท พร้อมทั้งยกระดับความปลอดภัยของพื้นที่ทำงาน จากหนึ่งในโครงการที่ได้มีการบ่งชี้ความเสี่ยงจากพนักงาน
  • ส่งเสริมแนวคิด “ประหยัดอย่างมีประสิทธิภาพ” และการทำงานเชิงป้องกัน (Proactive Safety) ภายในหน่วยงาน

โครงการ Yearly Health Check

โครงการ Yearly Health Check มุ่งเน้นการบริหารจัดการสุขภาพพนักงานแบบองค์รวม เพื่อส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน เพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน และพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลสุขภาพให้ทันสมัย

โดยมีแนวทางดำเนินการหลักดังนี้

  1. การตรวจสุขภาพประจำปี (Yearly Health Check): ตรวจสุขภาพพนักงาน ปีละ 1 ครั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการและลดระยะเวลารอรับบริการ สำหรับพนักงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ จะได้รับตรวจสุขภาพเฉพาะทางทุก 6 เดือน – 1 ปี พร้อมการทดสอบอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น SCBA และ Fit Test เป็นต้น เพื่อประเมินความพร้อมในการทำงานอย่างปลอดภัย
  2. การส่งเสริมสุขภาพและการควบคุมน้ำหนัก: ดำเนินโครงการ GO FIT TOGETHER เพื่อติดตามค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของพนักงาน โดยตั้งเป้าลดสัดส่วนพนักงานที่มี BMI เสี่ยงสูงลงอย่างน้อยร้อยละ 5 และเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมดูแลสุขภาพ เพื่อสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
  3. การจัดการข้อมูลสุขภาพผ่านระบบดิจิทัล (DHC Digital Health Care):จัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของพนักงาน เพื่อใช้ในการติดตาม วิเคราะห์ และพัฒนาแนวทางดูแลสุขภาพแบบดิจิทัล

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

  • สร้างวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องในองค์กร และเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะในพื้นที่อับอากาศ
  • ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจากภาวะน้ำหนักเกินและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
  • พัฒนาระบบจัดการข้อมูลสุขภาพให้มีประสิทธิภาพและพร้อมรองรับการใช้งานด้านสุขภาพดิจิทัลในอนาคต

โครงการ B-CAREs KYT

บริษัทฯ จัดทำโครงการ B-CAREs KYT เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานในการวิเคราะห์และคาดการณ์อันตราย โดยก่อนการปฎิบัติงานทุกครั้ง ผู้ปฎิบัติงานจะต้องมีการบ่งชี้ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นโดยอ้างอิงจาก e-JSEA ใน 3 ประเด็น ได้แก่ ความปลอดภัย (Safety) การปฎิบัติงาน (Operations) และการควบคุมงาน (Supervisors) เพื่อเป็นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เน้นย้ำมาตรการความปลอดภัยและตระหนักถึงการจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพตลอดการดำเนินงาน

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานในการจัดการความปลอดภัยหน้างาน
  • เพิ่มความตระหนักรู้และความเข้าใจในอันตรายที่อาจเกิดขึ้นก่อนการปฏิบัติงาน
  • สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยผ่านการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในรูปแบบคลิปวิดีโอ

กิจกรรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OHS Program) GRI 403-2 (2018), 403-4 (2018), 403-5 (2018), 403-7 (2018)

  • ประเมินความเสี่ยงและอันตรายด้านความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยของบุคลากรในสถานที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ เช่น โครงการ One Supervisor One B-CAREs โครงการ Bow-Tie Barrier Variation Checklist โครงการ Understand Risk ระบบประเมินความเสี่ยงหน้างาน เป็นต้น
  • จัดลำดับความสำคัญของการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยตามเป้าหมายที่บริษัทฯ กำหนด เพื่อพัฒนาการดำเนินงาน และยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งบรรลุเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ (Zero Accident Organization)
  • ปรับปรุงและพัฒนาระบบและมาตรฐานการควบคุมความปลอดภัยให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่อาจเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคตผ่านการซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจเป็นประจำทุกปี (Business Continuity Plan: BCP)
  • ตรวจพื้นที่ปฏิบัติงานตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม (SHE) ภายในองค์กร (Internal Inspections ) อาทิ โครงการ Safety Walk Observation (SWO) ตลอดจนติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้าน SHE ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานสากล สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ
  • กำหนดแนวปฏิบัติเพื่อสอบสวนการเกิดอุบัติการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดจากการดำเนินงาน อาทิ การบาดเจ็บ การเจ็บป่วย การเสียชีวิตตามขั้นตอน
    • การแจ้งเหตุอุบัติการณ์ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการประเมินความเสี่ยง และให้คะแนนความรุนแรงซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการจัดตั้งแนวทางการป้องกัน
    • การจัดตั้งแนวทางเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งรวมถึงการตั้งทีมงานผู้รับผิดชอบ การจัดทำรายงาน การกำหนดตัวชี้วัดในการวัดผล
    • การติดตามผลแนวทางการป้องกัน และสถานะของเหตุการณ์ ว่าแนวทางการป้องกันดังกล่าวได้ผล หรือต้องมีการปรับแก้หรือไม่
    • ผู้รับผิดชอบจะเปลี่ยนสถานการณ์รายงานผลของเหตุการณ์กลับสู่ปกติ เมื่อมีการป้องกันที่ชัดเจนและได้ผล
    • การนำเอาข้อมูลเหตุอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นไปเก็บไว้ในฐานข้อมูล ที่สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน และเป็นข้อมูลในการสร้างแผนรับมือสำหรับเหตุการณ์ในอนาคตต่อไป
  • จัดอบรมในหัวข้ออาชีวอนามัยและความปลอดภัยแก่พนักงานทุกระดับ ครอบคลุมความปลอดภัยในกระบวนการผลิต (Process Safety) และมาตรฐานความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Safety ) ของพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในที่ทำงาน และเพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในการดำเนินงาน เช่น การจัดอบรบ Operational Discipline เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับพนักงาน ผู้รับเหมา ก่อนเข้าเขตพื้นที่ปฏิบัติงาน โครงการ One Supervisor One Project เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร (B-CAREs) เป็นต้น
  • กำหนดเกณฑ์ในการทำสัญญาและจัดซื้อจัดจ้าง อาทิ คู่ค้าต้องมีใบอนุญาตการปฏิบัติงาน ระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย และต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยให้บุคลากรภายในองค์กรของตนเอง พร้อมทั้งดำเนินการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติของคู่ค้าเป็นประจำทุกปี รวมถึงตรวจประเมินคู่ค้าที่สำคัญด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้มาซึ่งคู่ค้าและผู้รับเหมาที่มีคุณภาพและตรงตามมาตรฐานความปลอดภัย

การส่งเสริมสุขภาพและอาชีวอนามัย (Promotion of Worker Health) GRI 403-3 (2018), 403-6 (2018)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างสูงต่อการดูแลสุขภาพของพนักงาน โดยจัดให้มีการตรวจสุขภาพสำหรับพนักงานที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้มีใบอนุญาตตามข้อกฎหมายที่กำหนด

ทั้งนี้ การตรวจสุขภาพเริ่มต้นจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่พนักงานเข้าทำงาน และจะมีการตรวจซ้ำอย่างน้อยปีละ1 ครั้ง นอกจากนี้ หากพนักงานหยุดงานติดต่อกัน 3 วัน เนื่องจากได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน หรือหากพบความผิดปกติระหว่างการตรวจ บริษัทฯ จะรีบจัดให้พนักงานได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งสืบหาสาเหตุของอาการผิดปกติเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในอนาคต ซึ่งผลการตรวจสุขภาพทั้งหมดจะถูกเก็บเป็นความลับอย่างเคร่งครัดตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกด้านซึ่งสามารถรับทราบเพิ่มเติมที่ พนักงานของเรา