อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ความท้าทายและความมุ่งมั่น
แรงงานเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงมุ่งพัฒนาศักยภาพพนักงานและให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยบริหารจัดการความปลอดภัยทั้งในกระบวนการผลิตและความปลอดภัยส่วนบุคคลตามมาตรฐานสากล อาทิ United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGP) เพื่อป้องกันความเสี่ยง ความสูญเสีย และส่งเสริมการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมตามหลักสิทธิมนุษยชน
ผู้มีส่วนได้เสียหลัก
พนักงาน
คู่ค้า และคู่ค้าทางธุรกิจ
ลูกค้า
สำหรับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียเพิ่มเติม: Stakeholder Engagement
เป้าหมายการดำเนินงาน
Tier 1 เป็น
0
ในปี 2568
Tier 2 เป็น
0
ในปี 2568
0
ในปี 2568
ผลการดำเนินการที่สำคัญปี 2568
แนวทางการบริหารจัดการ
กลยุทธ์ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย 5 ปี (2563-2567)
GRI 403-1 (2018), 403-2 (2018)
|
Personal Safety
|
|
|
Process safety
|
|
|
Off the Job Safety
|
|
|
Emergency / Crisis Management
|
|
สามารถรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Health and Safety Performance) ได้ที่ Performance Data 2025
หน้าที่ของคณะกรรมการกำกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Duties of the Occupational Health and Safety Culture Committee) GRI 403-4 (2018)
การดำเนินงานของทีม Safety Culture Committee (The S.A.F.E team) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกจากหลายฝ่ายและได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง โดยประธาน คือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานปฎิบัติการที่เป็นเลิศ และผู้จัดการฝ่ายจากหน่วยงานปฏิบัติการ หน่วยงานเทคโนโลยีการผลิต และหน่วยงานวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จากทั้ง 2 โรงงาน และมีหน่วยงานคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผู้จัดการฝ่าย สังกัดผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการปฎิบัติการที่เป็นเลิศ เป็นที่ปรึกษาอีกด้วย
ทั้งนี้ การจัดตั้งทีม S.A.F.E มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่สำคัญ 4 ประการ ได้แก่
จากการจัดตั้งทีม S.A.F.E บริษัทฯ มีความคาดหวังในผลลัพธ์และประโยชน์ที่สำคัญ ดังนี้:
- มีการจัดกลุ่มย่อยเพื่อวิเคราะห์รายงาน SWO และ Near-miss โดยมี Safety Engineer เป็นผู้ประสานงานหลักในแต่ละโรงงาน เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมในการระบุและประเมินความเสี่ยง
- ผลการวิเคราะห์ถูกนำเสนอในที่ประชุม คปอ. ทุกเดือน เพื่อหารือแนวทางแก้ไขร่วมกัน และจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความปลอดภัย
- การดำเนินงานดังกล่าวช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร และสร้างช่องทางการสื่อสารที่เปิดกว้างระหว่างพนักงานและคณะกรรมการ SHE
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม (SHE Steering Committee) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลและติดตามการดำเนินงานตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมภายในของบริษัทฯ ให้มีมาตรฐานทัดเทียมหลักสากลและบรรลุเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ และจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากพนักงาน เพื่อเปิดช่องทางในการปรึกษาหารือกับพนักงาน หรือผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้าน SHE ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายงานความคืบหน้าของการดำเนินงานเป็นประจำทุกเดือน
1. กำหนดและทบทวนนโยบายเป้าหมายแผนงานด้าน SHE
2. กำกับดูแล สนับสนุน และติดตามผลการดำเนินงาน ด้าน SHE ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ดำเนินงานตามมาตรฐานสากล และสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ
3. พิจารณา อนุมัติ และประกาศใช้คู่มือ SHE และกระบวนการที่มีความสำคัญ และครอบคลุมการปฏิบัติงานของบริษัทฯ
4. ประชุมคณะกรรมการ SHE อย่างน้อยปีละ 6 ครั้ง
5. ในการประชุมมีองค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
6. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานได้ตามความจำเป็นและความเหมาะสม
ความปลอดภัยของกระบวนการผลิต (Process Safety) GRI 403-3 (2018)
บริษัทฯ ประยุกต์ใช้มาตรฐาน Process Safety Management (PSM) และดำเนินงานตาม Plant Reliability Master Plan เพื่อให้การผลิตมีความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยสูงสุด พร้อมตรวจประเมินโดยผู้ประเมินภายนอก และกำหนดมาตรการลดความเสี่ยงด้านเครื่องจักร ประสิทธิภาพการผลิต และป้องกันเหตุไม่ปลอดภัย
โครงการ Bow-Tie Barrier Validation Checklist
บริษัทฯ นำวิธีการชี้บ่งความเสี่ยงแบบ Bow-Tie มาใช้ในการติดตามและเฝ้าระวังอุบัติเหตุด้านความปลอดภัยกระบวนการผลิต (Process Safety) รวมถึงใช้เป็นเครื่องมือในการสอบทวนมาตรการควบคุมต่าง ๆ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากเหตุการณ์อุบัติการณ์ร้ายแรง (Major Accident Event: MAE) โดยมีการตรวจสอบและประเมินการทำงาน Preventive Maintenance (PM) ของอุปกรณ์ป้องกัน กรณีหากพบข้อบกพร่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาแก้ไขให้กลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามปกติ และสามารถป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง พร้อมทั้งนำผลมาแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความปลอดภัย ลดการหยุดชะงักของกระบวนการผลิต และพัฒนาระบบความปลอดภัยให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในปัจจุบันและอนาคต โดยในปี 2568 ได้ดำเนินการต่อเนื่องในการประเมินความเสี่ยงจากโรงงานในจังหวัดระยองและชลบุรี รวมถึงการตรวจสอบความเสี่ยงจากการรั่วไหลของเมทานอล ซึ่งจะทำให้เกิดไฟไหม้หรือระเบิดได้
ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
- ป้องกันและลดความเสี่ยงจากอุบัติการณ์ร้ายแรงในโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดการหยุดชะงักของกระบวนการผลิต ทำให้ธุรกิจดำเนินต่อเนื่อง
- พัฒนาระบบและมาตรฐานความปลอดภัยให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคตเดิม
โครงการ Field Risk Assessment (FRA) & Smart SWO

โครงการ Field Risk Assessment (FRA) จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานภาคสนามของพนักงาน โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการระบุ วิเคราะห์ และประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานจริง ทั้งในด้านบุคลากร (Personnel) สิ่งอำนวยความสะดวก (Facility) และเทคโนโลยี (Technology) เพื่อให้ระบบการป้องกันและควบคุมความเสี่ยง (Barriers of Protection) มีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะนำไปสู่การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุร้ายแรง เช่น การระเบิด การรั่วไหลของสารเคมี และเหตุเพลิงไหม้ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดการอบรมการบ่งชี้ความเสี่ยงตามขั้นตอนการดำเนินงานตาม FRA เป็นประจำ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในการรายงานการบ่งชี้ความเสี่ยง และป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งการกำหนดแผนการรับมือเบื้องต้น โดยมีการจัดทำรายงาน FRA ประจำปี 2567 พบข้อค้นพบทั้งหมด 23 รายการ (Deviation 8 รายการ และ Positive 15 รายการ) ทำให้บริษัทฯจัดทำแผนดำเนินการต่อไปในปี 2568
บริษัทฯ มอบหมายให้พนักงานลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพและความพร้อมใช้งานของอุปกรณ์การผลิตและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ โดยจัดทำรายงานและระบุประเด็นที่ควรปรับปรุงในปี 2568 ซึ่งเน้นการตรวจสอบระบบความปลอดภัยในหัวข้อต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทั้งสองโรงกลั่น เช่น ตู้บรรจุอุปกรณ์ดับเพลิง ท่อดับเพลิง กลไกการทำงานของ Fixed Monitor ระบบน้ำดับเพลิง (Fire Water) ระบบโฟมดับเพลิง ตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุของกระบวนการผลิต เพื่อให้มั่นใจในความพร้อมใช้งานและประสิทธิภาพของระบบในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นต้น
ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
- จัดทำ แผนปฏิบัติงาน FRA ปี 2568 เพื่อดำเนินการเดือนละ 2 ครั้ง พร้อมติดตามผลรายไตรมาส
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ Operation, Process & Technic, SHE Engineer, Maintenance และ ERS รวมกว่า 30 คน ในการดำเนินกิจกรรมและประเมินความเสี่ยงร่วมกัน
โครงการ การซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP)

บริษัทฯ จัดฝึกซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) เป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างความเข้าใจในบทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบ และฝึกใช้กลยุทธ์ของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงการประสานงานร่วมกันเพื่อลดความผิดพลาดในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยในปี 2568 ได้จัดฝึกซ้อม 1 ครั้งในเดือนตุลาคม ได้แก่ การรับมือเหตุ Power & Stream Disruption จาก Extreme weather ส่งผลให้ผู้จ่ายกระแสไฟฟ้าหลัก ได้แก่ GPSC หยุดเดินเครื่องฉุกเฉิน (Emergency Shut Down) ทำให้ไม่สามารถส่งไฟฟ้าและไอน้ำให้กับบริษัทฯ โดยการฝึกซ้อมมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายร่วมดำเนินการฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ
ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
- บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการเพื่อตอบสนองต่ออุบัติการณ์เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมและทันท่วงที ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น
- ฝ่ายผู้อำนวยการแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ เข้าใจถึงบทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบตนเอง
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถประสานการทำงานร่วมกันและเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ทันที และเป็นการฝึกซ้อมการใช้กลยุทธ์ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้บริษัทฯ สามารถดําเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
โครงการ e-JSEA

โครงการ ระบบ e-JSEA (Job Safety and Environmental Analysis System) มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ความปลอดภัยของงานที่มีความเสี่ยงสูง โดยเปลี่ยนกระบวนการจัดทำเอกสาร JSEA จากรูปแบบกระดาษเป็นระบบออนไลน์ เพื่อให้สามารถจัดเก็บ อนุมัติ และติดตามผลได้อย่างเป็นระบบและโปร่งใส ทั้งนี้ระบบ e-JSEA เริ่มใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 โดยเอกสาร JSEA ฉบับเดิมที่ยังไม่หมดอายุยังคงสามารถใช้งานต่อได้
กระบวนการอนุมัติเอกสารในระบบ e-JSEA เริ่มจากการส่งคำขอโดยผู้จัดทำเอกสาร (Requestor) ซึ่งต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามแบบฟอร์มที่กำหนดในระบบ และยืนยันการส่งหลังจากประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นเอกสารจะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบ (Review) โดยผู้ตรวจสอบที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากการตรวจสอบเสร็จสิ้น เอกสารจะเข้าสู่ขั้นตอนการอนุมัติ (Approval) โดยผู้มีอำนาจอนุมัติจากแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อการอนุมัติครบทุกฝ่าย สถานะของเอกสารจะเปลี่ยนเป็นการได้รับอนุมัติแล้ว (Approved) เอกสารที่ได้รับการอนุมัติจะมีอายุการใช้งาน 1 ปี นับจากวันที่อนุมัติ สามารถพิมพ์เพื่อใช้งานและแนบกับการขออนุญาตทำงาน (Permit to Work) ทั้งนี้เอกสารจะถูกจัดเก็บใน JSEA Library เพื่อใช้ในการทบทวนในอนาคต

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
- เพิ่มความสะดวกในการจัดทำ อนุมัติ และตรวจสอบเอกสาร JSEA ผ่านระบบออนไลน์แบบเรียลไทม์
- ลดความผิดพลาดในการจัดเก็บข้อมูล และสามารถติดตามสถานะการอนุมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เสริมสร้างความเข้าใจด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงาน โดยเฉพาะงานที่มีความเสี่ยงสูง เช่น Hot Work งานในที่อับอากาศ และงานยกของหนัก เป็นต้น
- มีช่องทางติดต่อและให้การสนับสนุนผ่าน Line Group: GGC e-Permit Support และระบบ ServiceNow (ICT Support) เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
ความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Safety) GRI 403-2 (2018)
บริษัทฯ ส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัย เพื่อสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลให้แก่พนักงาน และผู้รับเหมา รวมถึงกำหนดเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดกิจกรรม 5ส การจัดประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.) เพื่อรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานด้านความปลอดภัยเป็นประจำทุกเดือน การรายงานความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ การทำกิจกรรม SWO (Safety Walk Observation) อย่างต่อเนื่อง และกำหนดมาตรฐาน/กระบวนการความปลอดภัย เป็นต้น
การสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัย (Rising Safety Awareness ) GRI 403-2 (2018)
บริษัทฯ สร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยและสร้างความเข้มแข็งในการจัดการระบบมาตรฐานที่จำเป็นให้กับบุคลากรด้านการผลิตทุกระดับเป็นประจำ ประกอบด้วย ความปลอดภัยในโรงงานต้องเป็นไปตามมาตรฐานตามกฎหมาย (Process Safety Management) การกำหนดแผนลดการใช้พลังงานในการผลิต การส่งเสริมวินัยการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย และวางแผนการลดปริมาณของเสียจากการผลิต (Waste Reduction)
โครงการ Safety Commitment Workshop
บริษัทฯ จัดโครงการ Safety Commitment Workshop เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจด้านอาชีวอนามัยแก่พนักงานและผู้รับเหมา โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้บริหารของผู้รับเหมายอมรับและร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการเป็นองค์กรที่มีอุบัติเหตุเป็นศูนย์ พร้อมให้คำแนะนำและอบรมการปฏิบัติตามหลัก 5Rs ในช่วง Plant Shut down เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุหรือผลกระทบต่อบริษัทฯ โดยในปี 2568 มีผู้รับเหมาร่วมโครงการครบ ร้อยละ 100
ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
- เสริมสร้างความตระหนักรู้และความร่วมมือด้านความปลอดภัยระหว่างบริษัทฯ และผู้รับเหมา
- ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและผลกระทบในช่วง Plant Shut Down
- สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งสู่เป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์อย่างยั่งยืนเดิม
โครงการ GGC QCC

บริษัทฯ จัดกิจกรรม GGC QCC เพื่อส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพงานและสร้างนวัตกรรมใหม่ โดยยึดหลักแนวคิด “QCC 5G – Let Innovation Flow. Let Excellence Grow.” ให้เกิดการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) และสร้างคุณค่าให้กับองค์กร ผ่านการเรียนรู้จาก Lesson Learned หรือ Best Practice ภายในหน่วยงาน
โครงการนี้มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยงานร่วมกันพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์องค์กรในด้าน ZERO Loss, ZERO Accident และ ZERO Breakdown รวมถึงสนับสนุนแนวคิด One Plant One Project เพื่อขับเคลื่อนสู่ความเป็นเลิศด้านคุณภาพและนวัตกรรม
ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
- ส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์และการปรับปรุงงานในระดับทีม ผ่านการจัด Small Group และนำเสนอผลงานในงาน QCC
- สนับสนุนวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นนวัตกรรม คุณภาพ และความยั่งยืน
- โครงการที่ประสบความสำเร็จจะได้รับการต่อยอดในปีถัดไป เพิ่มโอกาสให้ผลงานสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อองค์กร
โครงการ One Supervisor One B-CAREs

บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วมด้านความปลอดภัยระหว่างหัวหน้างาน ผู้ปฏิบัติงาน ผู้รับเหมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านโครงการประกวดปรับปรุงความปลอดภัยภายใต้หลัก Engineering Control แก้ไข้ปัญหาของแหล่งกำเนิดอันตราย และเป็นการสร้างวัฒนธรรม Safety in Line Responsibility
ทั้งนี้ โครงการ “Modify by Self for Reduced Cost” เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม B-CAREs Project: Season #5 – 2025 ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการดูแลความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน ภายใต้แนวคิด “Everyday SAFE by Everyone” และ “คุย – เตือน – หยุด” เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงและซ่อมแซมอุปกรณ์ด้วยตนเองอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
- สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่เข้มแข็งและตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในทุกระดับ
- ลดค่าใช้จ่ายได้กว่า 1,000,000 บาท พร้อมทั้งยกระดับความปลอดภัยของพื้นที่ทำงาน จากหนึ่งในโครงการที่ได้มีการบ่งชี้ความเสี่ยงจากพนักงาน
- ส่งเสริมแนวคิด “ประหยัดอย่างมีประสิทธิภาพ” และการทำงานเชิงป้องกัน (Proactive Safety) ภายในหน่วยงาน
โครงการ Yearly Health Check
โครงการ Yearly Health Check มุ่งเน้นการบริหารจัดการสุขภาพพนักงานแบบองค์รวม เพื่อส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน เพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน และพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลสุขภาพให้ทันสมัย
โดยมีแนวทางดำเนินการหลักดังนี้
- การตรวจสุขภาพประจำปี (Yearly Health Check): ตรวจสุขภาพพนักงาน ปีละ 1 ครั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการและลดระยะเวลารอรับบริการ สำหรับพนักงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ จะได้รับตรวจสุขภาพเฉพาะทางทุก 6 เดือน – 1 ปี พร้อมการทดสอบอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น SCBA และ Fit Test เป็นต้น เพื่อประเมินความพร้อมในการทำงานอย่างปลอดภัย
- การส่งเสริมสุขภาพและการควบคุมน้ำหนัก: ดำเนินโครงการ GO FIT TOGETHER เพื่อติดตามค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของพนักงาน โดยตั้งเป้าลดสัดส่วนพนักงานที่มี BMI เสี่ยงสูงลงอย่างน้อยร้อยละ 5 และเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมดูแลสุขภาพ เพื่อสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
- การจัดการข้อมูลสุขภาพผ่านระบบดิจิทัล (DHC Digital Health Care):จัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของพนักงาน เพื่อใช้ในการติดตาม วิเคราะห์ และพัฒนาแนวทางดูแลสุขภาพแบบดิจิทัล
ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
- สร้างวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องในองค์กร และเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะในพื้นที่อับอากาศ
- ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจากภาวะน้ำหนักเกินและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
- พัฒนาระบบจัดการข้อมูลสุขภาพให้มีประสิทธิภาพและพร้อมรองรับการใช้งานด้านสุขภาพดิจิทัลในอนาคต
โครงการ B-CAREs KYT

บริษัทฯ จัดทำโครงการ B-CAREs KYT เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานในการวิเคราะห์และคาดการณ์อันตราย โดยก่อนการปฎิบัติงานทุกครั้ง ผู้ปฎิบัติงานจะต้องมีการบ่งชี้ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นโดยอ้างอิงจาก e-JSEA ใน 3 ประเด็น ได้แก่ ความปลอดภัย (Safety) การปฎิบัติงาน (Operations) และการควบคุมงาน (Supervisors) เพื่อเป็นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เน้นย้ำมาตรการความปลอดภัยและตระหนักถึงการจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพตลอดการดำเนินงาน
ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานในการจัดการความปลอดภัยหน้างาน
- เพิ่มความตระหนักรู้และความเข้าใจในอันตรายที่อาจเกิดขึ้นก่อนการปฏิบัติงาน
- สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยผ่านการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในรูปแบบคลิปวิดีโอ
กิจกรรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OHS Program) GRI 403-2 (2018), 403-4 (2018), 403-5 (2018), 403-7 (2018)
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
การส่งเสริมสุขภาพและอาชีวอนามัย (Promotion of Worker Health) GRI 403-3 (2018), 403-6 (2018)
บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างสูงต่อการดูแลสุขภาพของพนักงาน โดยจัดให้มีการตรวจสุขภาพสำหรับพนักงานที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้มีใบอนุญาตตามข้อกฎหมายที่กำหนด
ทั้งนี้ การตรวจสุขภาพเริ่มต้นจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่พนักงานเข้าทำงาน และจะมีการตรวจซ้ำอย่างน้อยปีละ1 ครั้ง นอกจากนี้ หากพนักงานหยุดงานติดต่อกัน 3 วัน เนื่องจากได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน หรือหากพบความผิดปกติระหว่างการตรวจ บริษัทฯ จะรีบจัดให้พนักงานได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งสืบหาสาเหตุของอาการผิดปกติเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในอนาคต ซึ่งผลการตรวจสุขภาพทั้งหมดจะถูกเก็บเป็นความลับอย่างเคร่งครัดตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกด้านซึ่งสามารถรับทราบเพิ่มเติมที่ พนักงานของเรา