ความท้าทายและความมุ่งมั่น

บริษัทฯ มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนและสังคม เพื่อรักษาสมดุลในการดำเนินธุรกิจ ตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักการสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนและแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านโครงการและกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ผู้มีส่วนได้เสียหลัก

พนักงาน
ชุมชนและสังคม
ภาครัฐ
ลูกค้า

สำหรับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียเพิ่มเติม: Stakeholder Engagement

เป้าหมายการดำเนินงาน

ไม่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ จากชุมชน
ดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมในพื้นที่ 25 ชุมชน จังหวัดระยอง
ดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมในพื้นที่ 4 หมู่บ้าน อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี

ผลการดำเนินการที่สำคัญปี 2568

ไม่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ จากชุมชน
ดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมในพื้นที่ 25 ชุมชน จังหวัดระยอง
ดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมในพื้นที่ 4 หมู่บ้าน อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี

แนวทางการบริหารจัดการ (Management Approach)

กลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

บริษัทฯ ได้กำหนดกรอบการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้ตรงกับบริบทขององค์กรและสอดคล้องตามแนวทางกลยุทธ์การดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของกลุ่ม GC โดยมีเป้าหมายให้การแนวทางการปรับพอร์ตโฟลิโอโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทฯ สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจและแนวโน้มความยั่งยืน และมุ่งเน้นให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงสะท้อนบทาทขององค์กรด้านความยั่งยืน โดยยึดหลัก ESGs เพื่อสร้างคุณค่า และยกระดับคุณภาพชีวิต

เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้องค์กรผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความน่าเชื่อถือแก่ชุมชนและสังคม พร้อมทั้งเสริมสร้างความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง
มุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคมในทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ ดสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการสร้างประโยชน์ร่วมกันระหว่างสังคมและธุรกิจ เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว
ดำเนินโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมโดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับชุมชนและสังคมอย่างแท้จริง สนับสนุนการเติบโตร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

บริษัทฯ มีบทบาทในการขับเคลื่อนโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมภายใต้กรอบกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการนโยบายการบริหารจัดการพความอย่างยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ ความแข็งแกร่งขององค์กร การเติบโต และความยั่งยืน โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างรอบด้าน โครงการต่าง ๆ เหล่านี้มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต สนับสนุนการศึกษา และสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชน โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการบรรลุความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ความรับผิดชอบต่อสังคมในมิติต่าง ๆ เพื่อยกระดับความยั่งยืนในแบบองค์รวมตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ควบคู่กับการพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ให้เกิดทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น (CSR Portfolio) ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ผ่านการพัฒนาคุณภาพชีวิต การอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจต่อบริษัทฯ อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

กลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility (CSR) Strategy)

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชนและสังคมโดยรอบ ผ่านการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมตั้งเป้าหมายในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชนและสังคมควบคู่ไปกับการดำเนินนธุรกิจของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ดำเนินการประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน เพื่อระบุและจัดการกับผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ พร้อมทั้งขับเคลื่อนโครงการพัฒนาศักยภาพและกิจกรรมความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและดูแลชุมชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของโรงงานของบริษัทฯ ครอบคลุมพื้นที่โรงงานเมทิลเอสเทอร์ 1 ตำบลมาบตาพุด จังหวัดระยอง และโรงงานเมทิลเอสเทอร์ 2 ใน ตำบลเขาซก จังหวัดชลบุรี โดยการลงพื้นที่เยี่ยมชุมชนและดำเนินกิจกรรมและโครงการด้านความรับฺผิดชอบต่อสังคมชุมชนในพื้นที่ ร่วมถึงการให้ความสำคัญในการรับฟังความคิดเห็น เพื่อสร้างความเข้าใจในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทฯ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของชุมชน รวมถึง การร่วมแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนอย่างเหมาะสม

การประเมินผลกระทบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดให้มีช่องทางการติดต่อที่ชัดเจน และดำเนินการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นประจำ พร้อมทั้งจัดประชุมกับผู้มีส่วนได้เสียในชุมชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและระบุข้อกังวลใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดให้มีระบบติดตามและรับเรื่องร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อร้องเรียนหรือข้อกังวลใด ๆ จะได้รับการรายงานและจัดการอย่างเหมาะสมและโปร่งใส

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินประเด็นที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาความยั่งยืน ได้ที่ การประเมินประเด็นสำคัญ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินด้านสิทธิมนุษยชน ได้ที่ สิทธิมนุษยชน

การพัฒนาศักยภาพของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชน

บริษัทฯ ดำเนินโครงการ GGC สานเสวนาผู้บริหารพบชุมชน เป็นประจำทุกปี เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานได้สร้างความสัมพันธ์กับชุมชนโดยมีเป้าหมายในการเข้าถึง 25 ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของโรงงานเมทิลเอสเทอร์ 1 ตำบลมาบตาพุด จังหวัดระยอง และ 4 หมู่บ้าน ในตำบลเขาซก จังหวัดชลบุรี พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม การรายงานมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของโรงงานให้ชุมชมได้รับทราบและเข้าใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังยังเน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย โดยการเปิดโอกาสให้ชุมชนได้สอบถามข้อสงสัย หรือแสดงความคิดเห็น เพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทฯ และชุมชน

วัตถุประสงค์ของโครงการการมีส่วนร่วมของชุมชน

  1. เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานได้สร้างความสัมพันธ์กับชุมชนพร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม การรายงานมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของโรงงานให้ชุมชมได้รับทราบและเข้าใจมากยิ่งขึ้น
  2. จัดให้มีเวทีสำหรับผู้บริหารและพนักงานของ บริษัทฯ ในการมีส่วนร่วมกับชุมชนเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และเข้าใจความต้องการ ความท้าทาย และบริบทของชุมชนได้ดียิ่งขึ้น
  3. ส่งเสริมให้สมาชิกในชุมชนสามารถสอบถาม แบ่งปันความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะโดยตรงกับผู้บริหารของ บริษัทฯ ข้อมูลนี้จะช่วยให้บริษัทเข้าใจถึงข้อกังวล ความต้องการ และปัญหาที่มีอยู่ของชุมชน ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์ CSR ต่อไป

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทฯ ที่ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินความร่วมมือกับชุมชนและวิสาหกิจชุมชนในการสร้างโอกาสด้านอาชีพ สนับสนุนการศึกษา และส่งเสริมการสร้างรายได้ เพื่อผลักดันการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

การดำเนินโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดี เพิ่มรายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจของชุมชน และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควบคู่กันไป ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ที่ไม่เพียงแต่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ แต่ยังส่งมอบคุณค่าในระยะยาวให้กับชุมชนและสังคมโดยรอบ ซึ่งในปีที่ผ่านบริษัทฯ ร่วมกับหน่วยงานรัฐ หน่วยงานเอกชน และชุมชน ร่วมกันดำเนินโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ดังต่อไปนี้

โครงการ SPOPP

โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (Sustainable Palm Oil Production and Procurement หรือ SPOPP) เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรและสร้างศักยภาพของเกษตรกรรายย่อยปาล์มน้ำมันด้านการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน โดยนำหลักสูตรการฝึกอบรมเกษตรกรรายย่อยเพื่อการผลิตอย่างยั่งยืน หรือเรียกว่า “Thailand Oil Palm Smallholder Academy: TOPSA ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการสร้างวิทยากร อีกทั้งเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยเข้าสู่ระบบมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน Roundtable for Sustainable Palm Oil หรือ มาตรฐาน RSPO ภายในปี พ.ศ. 2567 เพื่อส่งเสริมขยายการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ผ่านการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรรายย่อยปาล์มน้ำมันด้านการปลูกปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรรายย่อยปาล์มน้ำมัน

ผลการดำเนินงานโครงการปี 2565-2567

  • เกษตรกรรายย่อยมากกว่า 1,000 ราย มีการจัดตั้งกลุ่มเพื่อการบริหารจัดการ โดยครอบคลุมพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันประมาณ 32,000 ไร่ ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ ชุมพร กระบี่ ตรัง และพังงา
  • การจัดทำขึ้นบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกลุ่มเกษตรกรรายย่อยและโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเพื่อดำเนินการส่งเสริมการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน
  • วิทยากรจำนวน 49 ราย จากหลักสูตร TOPSA
  • เกษตรกรมากกว่า 1,000 ราย ในประเทศไทยได้รับการฝึกอบรมในการปฏิบัติอย่างยั่งยืนและเตรียมความพร้อมสำหรับการรับรองตามมาตรฐาน RSPO

ผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการฯ

  • ปี 2567 ส่งเสริมให้เกษตรได้การรับรองมาตรฐาน RSPO จำนวน 1,077 ราย
  • กลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่า 0.64 ตันต่อไร่ และเกษตรกรสามารถบริหารต้นทุนเฉลี่ยที่ต่ำลง กว่า 0.42 บาท เมื่อเทียบกับ ก่อนเข้าร่วมโครงการฯ กลุ่มสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถขยายผลต่อหลังจากเสร็จสิ้นโครงการฯ โดยการขยายจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นในทุกปี เป็นไปตามจุดประสงค์โครงการฯ ตามที่บริษัทฯวางไว้

โครงการ SPOPP CLIMA

โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Sustainable Palm Oil Production and Procurement Project on Climate Mitigation and Adaptation หรือ SPOPP CLIMA) โครงการ SPOPP CLIMA เป็นโครงการต่อยอดความสำเร็จจากการรับรองกลุ่มเกษตรกรรายย่อยตามมาตรฐาน RSPO ภายใต้โครงการ SPOPP และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม ปีพ.ศ. 2567 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศ และความร่วมมือจากกรมวิชาการเกษตร โดยมุ่งเน้นในการสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรรายย่อยให้สามารถนำข้อมูลที่มีอยู่มาต่อยอดในการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับผลิตภัณฑ์ปาล์มน้ำมันทะลายสด และมีแนวทางการจัดการสวนแบบคาร์บอนต่ำ ซึ่งการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ แต่ยังเป็นการเพิ่มความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผลิตภัณฑ์ปาล์มน้ำมันของไทยในตลาดโลกอีกด้วย

วัตถุประสงค์ของโครงการ :

เพื่อเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรรายย่อยผลิตปาล์มน้ำมันในการจัดการสวนปาล์มแบบคาร์บอนต่ำของประเทศไทย

โครงการมีเป้าหมายเพื่อ

  • ส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรให้มีแนวทางการจัดการสวนปาล์มแบบคาร์บอนต่ำ
  • คำนวณคาร์บอนฟุตปริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ปาล์มทะลายสดจากฐานข้อมูลของเกษตรกร

แนวทางการดำเนินงาน :

  1. การพัฒนาเครื่องมือการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับผลิตภัณฑ์ปาล์มทะลายสด
    โครงการมีการพัฒนาเครื่องมือในการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ปาล์มทะลายสดของเกษตรกรที่สอดคล้องกับแนวทางข้อกำหนดขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (Thailand Greenhouse Gas Management Organization: TGO)
  2. การจัดเก็บข้อมูลและประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับข้อมูลฐาน
    โครงการมีการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการปลดปล่อยคาร์บอนจากกิจกรรมสวนปาล์มของเกษตรกร และนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับใช้เป็นข้อมูลฐาน
  3. การออกแบบหลักสูตรการฝึกอบรมและอบรมวิทยากร
    โครงการมีการออกแบบหลักสูตรการฝึกอบรมในเรื่องคาร์บอนฟุตพริ้นท์และการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ปาล์มทะลายสดสำหรับเกษตรกร นอกจากนั้นหลักสูตรดังกล่าวจะถูกถ่ายทอดไปยังวิทยากรของโครงการเพื่อนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดต่อกับเกษตรกร
  4. การจัดทำแปลงสาธิตเพื่อเป็นแบบอย่างในกิจกรรมการทำสวนปาล์มแบบคาร์บอนต่ำ
    โครงการจะระบุถึงกิจกรรมที่เหมาะสมในการทำสวนปาล์มแบบคาร์บอนต่ำ และจัดทำเป็นแปลงสาธิตเพื่อให้เกษตรกรได้มาศึกษาและเป็นต้นแบบในการนำไปปฏิบัติในสวนของตัวเอง โดยที่แปลงสาธิตนั้นจะเน้นแนวทางการปฏิบัติที่สามารถสร้างแรงจูงใจให้กับเกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
  5. การประเมินการลดคาร์บอนฟุตปริ้นท์สำหรับผลิตภัณฑ์ปาล์มทะลายสด
    โครงการจะทำการประเมินคาร์บอนฟุตปริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ปาล์มทะลายสด หลังจากที่เกษตรกรได้ปฏิบัติตามแนวทางการจัดการสวนแบบคาร์บอนต่ำเพื่อเป็นการเปรียบเทียบถึงปริมาณการปลดปล่อยคาร์บอนกับก่อนเข้าร่วมโครงการ

ความคืบหน้า โครงการ SPOPP CLIMA ปี 2568

  • การพัฒนาเครื่องมือคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับการปลูกปาล์มน้ำมันเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ TGO
  • การประเมินการปล่อยคาร์บอนเบื้องต้นของเกษตรกรรายย่อยในระบบปาล์มน้ำมัน และวิเคราะห์ข้อมูล โดยได้กำหนดระบบฐานข้อมูลของโครงการฯ และดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้ง 6 กลุ่มเกษตรกร
  • การทดลองใช้และฝึกอบรมแนวทางการลดคาร์บอน โดยโครงการฯ ได้ระบุแนวทางการลดคาร์บอนและดำเนินการคัดเลือกแนวปฎิบัติที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกร
  • ดำเนินการจัดทำหลักสูตรการจัดการสวนปาล์มน้ำมันแบบคาร์บอนต่ำ เพื่อเศรษฐกิจสีเขียว (Low–Carbon Oil Palm Management for Green Economy) เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติให้กับเกษตรกรในโครงการฯ
  • ดำเนินการจัดฝึกอบรมวิทยากรหลักสูตรการจัดการสวนปาล์มน้ำมันแบบคาร์บอนต่ำ เพื่อเศรษฐกิจสีเขียว (Low–Carbon Oil Palm Management for Green Economy) แก่โรงหีบและตัวแทนกลุ่มเกษตรกรในโครงการฯ เพื่อสร้างและขยายองค์ความรู้ในการปลูกปาล์มแบบคาร์บอนต่ำสำหรับเกษตรกรในโครงการฯ
  • ดำเนินการคัดเลือกแปลงสาธิต เพื่อนำร่องแนวทางปฏิบัติปลูกปาล์มคาร์บอนต่ำ

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

  • คู่มือและหลักสูตรการจัดการสวนปาล์มน้ำมันแบบคาร์บอนต่ำ เพื่อเศรษฐกิจสีเขียว (Low–Carbon Oil Palm Management for Green Economy) เล่มแรกของประเทศไทย และผ่านการรับรองหลักสูตรเรียบร้อยแล้ว
  • วิทยากร 50 ราย ที่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการสวนปาล์มแบบคาร์บอนต่ำ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้กับสมาชิกของโครงการฯ จำนวน 1,000 ราย
  • แปลงสาธิตจำนวน 12 แปลง พื้นที่รวมทั้งหมด 169.62 ไร่ เพื่อนำร่องแนวทางปฏิบัติปลูกปาล์มคาร์บอนต่ำ

โครงการ Health & Personal Care Product PROJECT ( เกาะกก SE MODEL)

บริษัทฯ ดำเนินการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพชุมชนเกาะกก จังหวัดระยอง ในการดำเนินโครงการ Health & Personal Care Product PROJECT ( เกาะกก SE MODEL) ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ Rice Care โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายในการสร้างความเข้มแข็งให้กับแบรนด์ Rice Care เพื่อเป็นต้นแบบในการดำเนินโครงการด้าน Social Enterprise (SE) ด้วยการสร้างองค์ความรู้ และผลักดันวิสาหกิจชุมชนเกาะกกเพื่อเป็นต้นแบบโครงการฯ รวมถึงการมีแผนการดำเนินงานในการขยายส่งเสริมและพัฒนาชุมชนอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

ความคืบหน้าโครงการ Health & Personal Care Product Project (เกาะกก SE Model) ปี 2568

  • ดำเนินการขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Rice Care บน Lazada และ Shopee ผ่านชื่อร้านเกาะกก และขยายช่องทางการจำหน่ายผ่าน โครงการสนับสนุน “สินค้าดี สินค้าเด็ด ทั่วไทย” (Quality and Unique Products from All Over Thailand)โครงการดังกล่าวเป็นของบริษัท ปตท. นํ้ามันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) มีจุดประสงค์เพื่อยกคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจที่ดีของชุมชนและสังคมไทย
  • ผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

  • วิสาหกิจชุมชนเกาะกกได้รับการพัฒนาศักยภาพในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขอนามัยอย่างยั่งยืน
  • ส่งเสริมชุมชนให้ผลิตผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Rice Care โดยใช้วัตถุดิบของบริษัทฯ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน RSPO สร้างคุณค่าความยั่งยืนร่วมกับชุมชม
  • เป็นต้นแบบ ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและความยั่งยืนของชุมชน

โครงการ Green Health Project

บริษัทฯ ดำเนินโครงการ Green Health Project ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัท สแตนดาร์ด แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ในการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลสุขอนามัยแบรนด์ CHOB อาทิ เจลแอลกอฮอล์ สเปรย์แอลกอฮอล์ และร่วมกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มลุฟฟาลา จ.ระยอง ในการผลิตผลิตภัณฑ์สบู่เหลวล้างมือ โดยใช้กลีเซอรีนเกรดอุตสาหกรรมอาหารและยา ร้อยละ 99.5 เป็นส่วนผสมหลัก โครงการต้นแบบที่สามารถสะท้อนในการนำนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ ของบริษัทฯ มาพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชนและสังคม สร้างการมีส่วนร่วมทั้งพนักงาน บริษัทฯ ผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชน และสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต ให้กับชุมชนและสังคม ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์การบริหารจัดการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทฯ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

  • สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขอนามัย จำนวน 10,000 ขวด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย
  • เสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีในสังคมผ่านการแจกจ่ายผลิตภัณฑ์ให้หน่วยงานภาครัฐชุมชน และสังคม
  • สร้างต้นแบบความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหาสุขอนามัยในวงกว้าง

การมีส่วนร่วมกับชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง (Community and Local Stakeholder Engagement)

บริษัทฯ เล็งเห็นว่าความคิดเห็นของชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจัดให้มีช่องทางสื่อสาร เพื่อเปิด โอกาสให้ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมและเสนอข้อคิดเห็นได้อย่างเหมาะสม ผ่านช่องทางการสื่อสาร ดังนี้

  • โครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 11 โครงการ ในปี 2568
  • สำรวจความคิดเห็น ข้อกังวลและความพึงพอใจของชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี
  • จัดประชุมร่วมกับชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียเพื่อขอทราบถึงข้อกังวลที่อาจเกิดขึ้น
  • การลงพื้นที่พบชุมชนเพื่อสร้างความสัมพันธ์ และการรับฟังปัญหา
  • จัดให้มีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน (Whistleblower system) ซึ่งเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล โดยบริษัทฯ จะทำการสืบสวนข้อร้องเรียนที่ได้รับ และรายงานผลการสืบสวนฯ ต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เพื่อวิเคราะห์หาแนวทางในการจัดการ แก้ไขปรับปรุง และป้องกันไม่ให้เกิดกรณีด้านสังคมและชุมชน รวมถึงมีการติดตามผลข้อร้องเรียน ที่เกิดขึ้น เพื่อกำหนดกระบวนการควบคุมที่เหมาะสมต่อไป
  • ติดต่อผ่านเว็บไซต์บริษัทฯ ช่องทางการร้องเรียน

การสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชน

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะรักษาการสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใสกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยบริษัทฯ มุ่งมั่นในการให้ข้อมูลอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ และแม่นยำเกี่ยวกับการดำเนินงาน แผนงาน และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมของบริษัทฯ ในเวลาที่เหมาะสม

เป้าหมายหลักคือการสร้างการสื่อสารสองทางที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถแสดงความคิดเห็น สอบถามข้อมูล และมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อสนับสนุนเป้าหมายนี้ บริษัทฯ ได้จัดเตรียมแพลตฟอร์มและช่องทางเฉพาะสำหรับการสื่อสารและการรับฟังความคิดเห็นอย่างครบวงจร ได้แก่:

1. การลงพื้นที่ประจำสัปดาห์

บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี ผ่านกิจกรรมลงพื้นที่พบชุมชนเป็นประจำทุกสัปดาห์มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สนับสนุนด้านสุขภาพ เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาและวัฒนธรรมของชุมชน ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อกังวลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทฯ การลงพื้นที่พบชุมชนถือเป็นช่องทางสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนสามารถแสดงความเห็น แลกเปลี่ยนข้อมูล และสอบถามประเด็นต่าง ๆ กับบริษัทฯ ได้โดยตรง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ชุมชนได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนและโปร่งใส

2. ช่องทางการร้องเรียน

บริษัทฯ มีนโยบายที่เปิดกว้างต่อการรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ คำถาม หรือข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการ ประเด็นที่อาจสร้างความกังวลให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยยินดีรับข้อมูลจากทั้งบุคลากรภายในองค์กรและบุคคลภายนอกอย่างเท่าเทียมกัน

ข้อมูลที่ได้รับจากผู้ร้องเรียน รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียน จะถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น และบริษัทฯ จะดำเนินการเก็บรักษาข้อมูลเหล่านี้ไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด ตามระเบียบภายในและหลักจริยธรรมขององค์กร ทั้งนี้ ผู้ร้องเรียนควรให้ข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และมีหลักฐานประกอบเพียงพอ เพื่อให้สามารถดำเนินการตรวจสอบได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ช่องทางการแจ้งเบาะแสสามารถพบได้ใน ช่องทางการร้องเรียน

การติดตามข้อร้องเรียน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่น โดยได้พัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนที่ชัดเจนและเข้าถึงได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนสามารถแสดงความคิดเห็น แจ้งข้อร้องเรียน หรือแสดงความกังวล ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียท้องถิ่นสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้าน CSR และการมีส่วนร่วมกับชุมชน ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ ได้จัดตั้งช่องทางสำหรับการรายงานปัญหาหรือข้อขัดแย้งจากชุมชน รวมถึงนโยบายการแจ้งเบาะแส เพื่อส่งเสริมให้เกิดการรายงานพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือการกระทำที่อาจขัดต่อจริยธรรมทางธุรกิจ โดยระบบดังกล่าวเปิดกว้างให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่นสามารถใช้สิทธิ์ในการแจ้งข้อมูลได้อย่างปลอดภัยและโปร่งใส สามารถส่งเอกสารสนับสนุนผ่าน GGC’s whistleblowing channel ข้อร้องเรียนทั้งหมดจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม โปร่งใส และใส่ใจ บริษัทฯ รับรองความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและรับประกันความลับและการป้องกันการตอบโต้ต่อพยานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการ

ในปี 2568 ไม่มีกรณีข้อร้องเรียนใด ๆ จากชุมชนที่อยู่รอบ ๆ การผลิตของบริษัทฯ ในจังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี

0 Cases of Grievances in 2025

สามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบการแจ้งเบาะแสและกลไกการร้องเรียนได้ที่ จรรยาบรรณทางธุรกิจและการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง GGC’s Whistleblowing channels

สำรวจความพึ่งพอใจของชุมชน

จากการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ เช่นการสำรวจความพึงพอใจในปี 2567 ซึ่งได้ผลความพึงพอใจชุมชนต่อบริษัทสูงถึงร้อยละ 92.64 ในปี 2568 นี้นับเป็นปีแรกที่ GGC ได้ว่าจ้างหน่วยงานภายนอกดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของชุมชนหนองใหญ่ ซึ่งผลที่ได้รับสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดียิ่งระหว่างบริษัทฯ กับชุมชนและสังคมโดยรอบ

ข้อร้องเรียนของชุมชนผ่านช่องทางต่างๆ

2565 2566 2567 2568
ข้อร้องเรียนด้านสังคมและชุมชน (กรณี) 0 0 0 0