การบริหารจัดการความเสี่ยงและวิกฤตการณ์
ความท้าทายและความมุ่งมั่น
บริษัทฯ ตระหนักถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน ซึ่งนำมาซึ่งทั้งความเสี่ยงและโอกาสใหม่ ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตและพฤติกรรมของมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนพฤติกรรมและความคาดหวังของแรงงานยุคใหม่ ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถระบุแนวโน้มของความเสี่ยงและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ รับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างมั่นคง
ผู้มีส่วนได้เสียหลัก
พนักงาน
ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และนักวิเคราะห์
สำหรับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียเพิ่มเติม: Stakeholder Engagement
เป้าหมายการดำเนินงาน
มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล สอดคล้องกับ
เป้าหมายทางธุรกิจและกลยุทธ์องค์กรระยะยาว
เพื่อลดผลกระทบจากความเสี่ยงต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้และเหมาะสม
ผลการดำเนินงานที่สำคัญในปี 2568

แนวทางการบริหารจัดการ (Management Approach)
แนวทางการดำเนินงานบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน (Guidelines for Risk Management and Internal Control)
บริษัทฯ มีแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงและการควบคุมภายในมาใช้โดยอ้างอิงตามมาตรฐานสากล ได้แก่ COSO (The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission) ปี 2017 และ ISO 31000 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพ รายงานข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วน และปฏิบัติตามข้อกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง แนวทางดังกล่าวยังช่วยส่งเสริมความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ เสริมสร้างความน่าเชื่อถือ และช่วยให้บริษัทฯ บรรลุเป้าหมายองค์กร ตลอดจนตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่ต้องการเห็นการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และรับผิดชอบต่อสังคม
เพื่อให้ระบบควบคุมภายในดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ได้จัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลและติดตามการควบคุมภายในอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ รายงานที่จัดทำมีความถูกต้องเชื่อถือได้ และปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสามารถป้องกันการนำทรัพย์สินของบริษัทฯ ไปใช้โดยมิชอบจากบุคคลที่มีอำนาจหรือผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงสามารถควบคุมธุรกรรมที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือเกี่ยวโยงกันได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน หน่วยงานตรวจสอบภายในได้ดำเนินการสอบทานระบบควบคุมภายในตามแผนการตรวจสอบที่จัดทำจากการประเมินตามฐานความเสี่ยง
โครงสร้างการจัดการความเสี่ยง
นอกเหนือจากการกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบในการดูแลความเสี่ยงข้างต้น บริษัทฯ ได้ประยุกต์การใช้ Three Line of Defense ซึ่งเป็นการแบ่งหน้าที่ในการจัดการความเสี่ยง และเป็นการควบคุมภายในองค์กรให้มีความชัดเจน และมีการแบ่งหน้าที่ และความรับผิดชอบอย่างเป็นระเบียบ
First Line:
หน่วยงานผู้รับผิดชอบงานบริหารความเสี่ยง/ผู้ประสานงานด้านบริหารความเสี่ยง และเจ้าของความเสี่ยง (Corporate Risk Management and Internal Control and Risk Owner/ Risk and Internal Control Coordinator) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของระดับปฏิบัติการ มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการตามแนวทางการบริหารความเสี่ยง การระบุความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง การติดตามการดำเนินงานด้านความเสี่ยง และการจัดทำรายงานเพื่อนำเสนอให้กับผู้บริหารทุกไตรมาส ตามกลยุทธ์องค์กรสำหรับการบริหารความเสี่ยงองค์กร
Second Line:
หน่วยงานบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management Committee: ERMC) และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ( Risk Management Committee: RMC) ซึ่งถือว่าเป็นแนวป้องกันความเสี่ยงที่สอง มีหน้าที่ในการจัดการความเสี่ยงที่ได้รับการรายงานมา ประกอบกับการดำเนินงานกำกับดูแลกิจการ การตรวจสอบและให้คำแนะนำให้กับหน่วยงานสนับสนุน และมีการประเมินความเสี่ยงขององค์กรในทุกไตรมาส เพื่อให้การควบคุมความเสี่ยงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Third Line:
หน่วยงานตรวจสอบภายในของบริษัทฯ (Internal Control) มีการดำเนินงานอย่างอิสระจากสายงานธุรกิจ และรายงานผลตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) ในทุกไตรมาส ความรับผิดชอบหลักของหน่วยงานตรวจสอบภายในซึ่งคือการตรวจสอบการจัดการความเสี่ยงขององค์กร และการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกัน และรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่ามีการดำเนินการควบคุมภายในอย่างเหมาะสม และเสริมสร้างการกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงให้กับบริษัท
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee)
| คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) | |
|---|---|
|
คณะกรรมการบริษัทฯ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง |
ระดับคณะกรรมการบริษัทฯ มีหน้าที่กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงองค์กร กำกับดูแลการดำเนินงานของผู้บริหารระดับสูงในการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการกำหนดทิศทางและติดตามการดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยง |
|
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร |
ระดับผู้บริหารระดับสูง มีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ควบคู่ไปกับการจัดการด้านกลยุทธ์ เชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ และเป้าหมายหลักขององค์กรให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักการ นโยบาย และกรอบการบริหารความเสี่ยง ที่กำหนดโดยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (RMC) |
|
หน่วยงานบริหารความเสี่ยงองค์กร และควบคุมภายใน ผู้รับผิดชอบงานบริหารความเสี่ยง / ผู้ประสานงานด้านบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในระดับสายงาน |
ระดับหน่วยงาน Department Level มีหน้าที่ปฏิบัติตามแนวทางการบริหารความเสี่ยงไป รวมไปถึงระบุและประเมินความเสี่ยง ติดตามการดำเนินงาน ด้านความเสี่ยง ตลอดจนจัดทำรายงานเสนอต่อฝ่ายจัดการเป็นประจำทุกไตรมาส ภายใต้กลยุทธ์องค์กรใน ส่วนของการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Corporate Strategy for Enterprise Risk Management) |
การบริหารความเสี่ยง (Risk Management Process)
บริษัทฯ กำหนดขั้นตอนการจัดการความเสี่ยงโดยอ้างอิงตามโครงสร้างการจัดการความเสี่ยงและหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งขั้นตอนการจัดการความเสี่ยงเริ่มตั้งแต่การระบุความเสี่ยงจากหน่วยงานต่าง ๆ จนถึงขั้นตอนการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัทฯ ขั้นตอนเหล่านี้ได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อให้บริษัทฯ เพื่อที่จะสามารถระบุและจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
กระบวนการจัดการความเสี่ยงของบริษัทฯ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้:
1. การระบุและประเมินความเสี่ยง (Risk Identification and Assessment)
บริษัทฯ พิจารณาความเสี่ยงในหลายระดับ ทั้งความเสี่ยงระดับองค์กร ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ และความเสี่ยงใหม่ โดยอ้างอิงตามกรอบมาตรฐาน COSO (Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission) พร้อมทั้งนำเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่หลากหลายมาใช้ในการวิเคราะห์ ประเมิน และวางกรอบการจัดการความเสี่ยงอย่างครอบคลุม ซึ่งรวมถึงการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างรอบด้านโดยพิจารณาทั้งปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร การกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ การประเมินระดับความเสี่ยง ตลอดจนการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงผ่านแผนภูมิความเสี่ยง ซึ่งพิจารณาจากระดับความน่าจะเป็นและผลกระทบ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการประเมินความเสี่ยงขององค์กรให้เป็นกลไกสำคัญในการระบุแนวโน้มและปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงบริบทของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจทั้งภายในและภายนอกอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ ความเสี่ยงที่นำมาพิจารณาครอบคลุมทั้งความเสี่ยงที่มีผลต่อการดำเนินงานตามปกติ (Business as Usual Risk Factors) และความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ (Strategic Risk Factors) เพื่อให้การจัดการความเสี่ยงมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรในทุกระดับ
|
|
Business as Usual Risk FactorsStrategic Market Operation Compliance Sustainability |
|
|
Strategic Risk FactorsCompetitiveness Growth Sustainability |
ในการวิเคราะห์ความเสี่ยง และการจัดลำดับความเสี่ยง บริษัทฯได้คำนึงถึง 2 ประเด็นได้แก่ ความเป็นไปได้ในการเกิดความเสี่ยง (Likelihood) และระดับความรุนแรงของความเสี่ยง (Severity)
ในด้านของความเป็นไปได้ของการเกิดความเสี่ยง (Likelihood) โดยบริษัทฯ จัดลำดับความเสี่ยงผ่านการจัดทำ Risk Matrix นำมาซึ่งผลลัพธ์ในด้านประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญทั้งด้านการดำเนินงานและด้านกลยุทธ์ของบริษัท ในการจัดลำดับความเสี่ยงของบริษัทฯ จะทำให้สามารถแก้ปัญหาความเสี่ยงหนึ่ง ๆ ได้ชัดเจนและเหมาะสมต่อความเสี่ยงนั้น ๆ

บริษัทฯ ดำเนินการบริหารความเสี่ยงโดยกำหนดกรอบและแนวทางปฏิบัติผ่านการบริหารความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) ซึ่งระบุไว้ในหลักเกณฑ์ของ Risk Profile โดยครอบคลุมกระบวนการระบุความเสี่ยง การวิเคราะห์ และการประเมินความเสี่ยงในระดับองค์กรและระดับปฏิบัติการ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรตลอดปี จากผลการวิเคราะห์ความเสี่ยง บริษัทฯ ได้ยึดหลักการกำหนดความเสี่ยงหลักที่อาจมีผลต่อการดำเนินธุรกิจแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน
- ความเสี่ยงด้านการขายและตลาด
- ความเสี่ยงด้านการบริหารห่วงโซ่อุปทาน
- ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการและความปลอดภัย
- ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
- ความเสี่ยงจากการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่ม GGC
- ความเสี่ยงด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์
กลุ่มความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์
- ความเสี่ยงด้านการดำเนินโครงการสำคัญของบริษัทฯ
- ความเสี่ยงด้านความพร้อมในการมุ่งสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์
- ความเสี่ยงด้านบุคลากรและองค์กร
กลุ่มความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่
- ความไม่สอดคล้องกันในแรงงานยุคใหม่
- การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการพัฒนาธุรกิจ
- การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพจากสวนปาล์มน้ำมัน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดทำ Sensitivity Analysis หรือการวิเคราะห์ความรุนแรงของความเสี่ยงในกรณีที่ปัจจัยที่มีผลต่อความเสี่ยงเปลี่ยนแปลง โดยวิเคราะห์ใน 2 เหตุการณ์หลัก ได้แก่ ความเสี่ยงทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร และความเสี่ยงที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเงิน เช่น ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่อาจส่งผลต่อการผลิตของโรงงาน รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำในระดับต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวิเคราะห์ความเสี่ยงในขั้นตอนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ด้านกระบวนการผลิต ด้านราคาและการดำเนินธุรกิจ
จากผลการประเมินความเสี่ยง บริษัทฯ ได้นำไปจัดทำแผนกลยุทธ์การลงทุนและแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายองค์กร เพื่อควบคุมความเสี่ยงและพัฒนากระบวนการประเมินให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประชุมหารือเป็นประจำทุกไตรมาสระหว่างคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk Management Committee: ERMC) และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee: RMC)
ปัจจุบันบริษัทฯ กำหนดวิธีตอบสนองความเสี่ยงโดยพิจารณาเหตุการณ์ สถานการณ์ และระดับความสำคัญ โดยคำนึงถึงความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และค่าใช้จ่ายจากความเสี่ยงเมื่อเปรียบเทียบกับผลประโยชน์ที่ได้รับ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิผล ได้แก่
- การหลีกเลี่ยงหรือยกเลิก: หยุดหรือดำเนินการเพื่อป้องกันเหตุการณ์เสี่ยง
- การลดหรือควบคุม: ดำเนินงานเพิ่มเติมเพื่อลดโอกาสหรือผลกระทบ
- การกระจายหรือถ่ายโอน: มอบหมายความรับผิดชอบให้ผู้อื่นจัดการความเสี่ยง
- การยอมรับ: รับความเสี่ยงที่เหลืออยู่โดยไม่ดำเนินการเพิ่มเติม
2. การลดความเสี่ยง (Risk Mitigation)
บริษัทฯ มีการแต่งตั้งหน่วยงานบริหารความเสี่ยงองค์กรและการควบคุมภายใน และผู้ประสานงานความเสี่ยง (เจ้าของความเสี่ยง) รับผิดชอบการระบุและประเมินความเสี่ยง และบริษัทฯ ยังจัดทำแผนบรรเทาความเสี่ยงตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และกำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยงหลัก (KRI) ซึ่งบริษัทฯ ได้นำการวิเคราะห์ความอ่อนไหว การวางแผนสถานการณ์ และการทดสอบความเครียดมาใช้ เพื่อประเมินผลกระทบของความเสี่ยงภายใต้สถานการณ์ต่างๆ ครอบคลุมทั้งความเสี่ยงทางการเงินและความเสี่ยงที่ไม่ใช่ทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้กำหนดมาตรการเตรียมความพร้อมและกระบวนการติดตามสถานการณ์และแนวโน้มของปัจจัยภายนอก 6 ประการอย่างต่อเนื่อง โดยยึดตามกรอบการวิเคราะห์ PESTEL
3. การติดตามและทบทวนความเสี่ยง (Monitoring and Review)
บริษัทฯ กำหนดให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทำหน้าที่กำกับดูแลและติดตามการบริหารความเสี่ยง โดยมีหน่วยงานตรวจสอบภายในเป็นผู้ตรวจสอบ และรายงานผลต่อคณะกรรมการตรวจสอบ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องในทุกระดับ ทั้งระดับองค์กร ระดับกลุ่มธุรกิจ ระดับสายธุรกิจ ระดับหน่วยธุรกิจ และระดับบริษัทย่อย
ด้านการตรวจสอบกระบวนการจัดการความเสี่ยง (Risk Management Process Audit) บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการตรวจสอบ ดังนี้
- การตรวจสอบภายในจะตรวจสอบความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการควบคุมภายในแก่ผู้บริหาร กำหนดมาตรการแก้ไขตามคำแนะนำ และรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจสอบเป็นประจำ
- ตรวจสอบและติดตามประสิทธิภาพของเครื่องจักร/อุปกรณ์ทุกเดือน โดยปฏิบัติตามมาตรฐานการตรวจสอบอุปกรณ์อย่างครบถ้วน
- ตรวจสอบผลการจัดการการดำเนินงานของผู้ให้บริการระบบสาธารณูปโภค เพื่อประเมินความเสี่ยงและร่วมกันหาวิธีการจัดการความเสี่ยง
บริษัทฯ ดำเนินการบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการควบคุมภายในอย่างต่อเนื่อง โดยผสานเข้ากับการวางกลยุทธ์ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์และเป้าหมายหลักขององค์กร ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้ โดยการบริหารครอบคลุมทั้งด้านคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม (Environment) สิทธิมนุษยชน (Human Rights) สิทธิแรงงาน (Labor Rights) การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ คู่มือการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการต่อต้านทุจริต คอร์รัปชัน (Anti-Corruption) โดยมุ่งตอบสนองผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ บริษัทฯ วิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงานในปัจจุบัน พร้อมทั้งกำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงควบคู่ไปกับการจัดทำแผนกลยุทธ์ การลงทุน และการวางแผนธุรกิจประจำปี เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร ทั้งในระยะสั้น (Short Term Goal) และระยะยาว (Long Term Goal) ตลอดจนมีการนำมาตรการควบคุมมาใช้เพื่อรักษาระดับความเสี่ยงให้อยู่ในกรอบที่ยอมรับได้ และดำเนินการวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง (Root Cause Analysis) หากพบว่าไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่ครอบคลุมการจัดการความเสี่ยงขององค์กร ควบคู่กับการประเมินประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ พร้อมทั้งมีการปรับปรุงการบริหารความเสี่ยงตามข้อเสนอแนะที่ได้รับ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและให้สอดคล้องกับทิศทางขององค์กร โดยลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้กำหนดให้การบริหารความเสี่ยงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของผู้บริหารและพนักงาน ซึ่งมีผลต่อการพิจารณาค่าตอบแทน โดยหากสามารถบรรลุตัวชี้วัดได้ตามเป้าหมาย บริษัทฯ จะมอบค่าตอบแทนในรูปแบบเงินรางวัลพิเศษ เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประเมินความเสี่ยงเป็นประจำในทุกไตรมาส เพื่อให้แนวทางบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในมีความสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ ก.ล.ต. และแนวปฏิบัติของกลุ่มบริษัทฯ รวมทั้งยังมุ่งพัฒนาระบบควบคุมภายในให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล โดยให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์หลักทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ การปฏิบัติงาน (Operation) การรายงาน (Reporting) และการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ (Compliance) คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้ให้การสนับสนุนและข้อเสนอแนะในการพัฒนาโครงการประเมินความเสี่ยงและควบคุมภายในด้วยตนเอง (Risk and Control Self-Assessment: RCSA) เพื่อยกระดับความเข้าใจของผู้ปฏิบัติงานในการประเมินความเสี่ยงและจุดควบคุมของกระบวนการทำงาน ตลอดจนส่งเสริมวัฒนธรรมความเสี่ยงให้เป็นที่รับรู้และยึดถือในทุกระดับของพนักงานภายในองค์กร
วัฒนธรรมความเสี่ยง (Risk Culture)
การอบรมการบริหารความเสี่ยง
เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านการบริหารความเสี่ยง บริษัทฯ ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรแก่พนักงาน โดยการอบรมครอบคลุมคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงกลายเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของทุกคน แนวทางนี้ช่วยเพิ่มพูนความรู้และความเข้าใจในเรื่องการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร ซึ่งส่งผลให้องค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นให้พนักงานทุกคนตระหนักถึงวัฒนธรรมองค์กรด้านความเสี่ยง ผ่านโครงการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการบริหารความเสี่ยงสำหรับผู้บริหารระดับสูง
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการบริหารความเสี่ยงสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Risk Management Workshop for Top Management Project) จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและเพิ่มทักษะในการบริหารความเสี่ยงทั้งในระดับปฏิบัติการและระดับองค์กรให้กับผู้บริหารระดับสูง โดยมุ่งเน้นให้ผู้บริหารสามารถประเมิน จัดการ และตัดสินใจเชิงกลยุทธ์บนพื้นฐานของข้อมูลความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้จัดการอบรมแก่ผู้บริหารในประเด็นการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและการเงิน ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ภายใต้การกลับมาดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามการค้า การปรับขึ้นภาษีนำเข้า และการแทรกแซงนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกเกิดความผันผวน โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าจากแรงกดดันภายนอก ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือนในระดับสูงและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงในปีนี้จึงควรให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด การใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่เหมาะสม และการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
- มีพนักงานระดับผู้จัดการฝ่ายและผู้จัดการส่วนเข้าร่วมทั้งหมด 11 ท่าน
- ผู้บริหารมีความเข้าใจในการจัดการความเสี่ยงเชิงระบบ และสามารถประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานจริง
- สนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
- ส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างการบริหารความเสี่ยงกับเป้าหมายเชิงธุรกิจขององค์กร
โครงการอบรมให้ความรู้เรื่องการบริหารความเสี่ยงตามข้อกำหนด EUDR
การอบรมเรื่องการบริหารความเสี่ยงตามข้อกำหนด EUDR จากงานสัมมนา GGC Sustainability Session เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมของอุตสาหกรรมไทยในการรับมือกับกฎระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรปที่มุ่งป้องกันการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า โดยเน้นให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ พร้อมส่งเสริมการทำ Due Diligence การตรวจสอบย้อนกลับของห่วงโซ่อุปทาน และการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายของสหภาพยุโรป ทั้งนี้ อุตสาหกรรมไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัว สร้างความเข้าใจในข้อกำหนด และพัฒนาระบบสนับสนุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ โดยสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการสนับสนุนของสหภาพยุโรป เช่น LIFE Program เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหภาพยุโรป
ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
- เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนด EUDR และการทำ Due Diligence ให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย
- ส่งเสริมการพัฒนาระบบตรวจสอบและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหภาพยุโรป
โครงการการประเมินความเสี่ยงและการควบคุมภายในด้วยตนเอง
โครงการการประเมินความเสี่ยงและการควบคุมภายในด้วยตนเอง (Risk and Control Self-Assessment: RCSA) จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสามารถให้บริษัทฯ ในการบริหารจัดการความเสี่ยงและระบบควบคุมภายในอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผ่านกระบวนการประเมินด้วยตนเองของแต่ละหน่วยงาน ในปี 2568 มีการพัฒนาและปรับปรุงระบบการประเมินความเสี่ยงภายในเป็นในรูปแบบออนไลน์รวมถึงมีการอบรมออนไลน์เกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจในความถูกต้องของรายงานทางการเงิน การดูแลรักษาทรัพย์สิน และการปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้ององค์กรจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
- ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของรายงานทางการเงินและความปลอดภัยของทรัพย์สินบริษัท
- ส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ลดความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการ
การซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ
เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ องค์กรได้จัดโครงการซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรในทีมวางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Team) ทุกระดับมีความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองตามแนวทางที่ระบุไว้ในแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP)
การซ้อมแผนประจำปี 2568 ได้ดำเนินการภายใต้สถานการณ์สมมุติ “กรณีไฟฟ้าดับ” ซึ่งอ้างอิงจากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้นจริงกับบริษัทในกลุ่ม GC และอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตขององค์กร การฝึกซ้อมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทดสอบความพร้อมของระบบ และประเมินประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อภาวะวิกฤต ทั้งในด้านการประสานงาน การตัดสินใจ และการฟื้นฟูการดำเนินงาน
โครงการนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กรให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และพร้อมเผชิญกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
- ทีมงานมีความพร้อมและเข้าใจบทบาทหน้าที่ในแผนความต่อเนื่องธุรกิจอย่างชัดเจน
- ลดผลกระทบต่อการดำเนินงานและช่วยให้ธุรกิจสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- เสริมสร้างความมั่นใจในความยืดหยุ่นและความต่อเนื่องขององค์กร
โครงการ GRC Day 2025

กิจกรรม GRC Day 2025 จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้เกี่ยวกับหลักการและแนวปฏิบัติด้าน GRC (Governance, Risk Management, and Compliance) โดยเน้นการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เข้มแข็ง สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย เช่น การประกวด Motto, การพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติจากองค์กรต้นแบบ, การให้ความรู้ด้าน Internal Control และ Whistle Blower รวมถึงกิจกรรม Lucky Draw พร้อมของรางวัลมากมาย เพื่อกระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วมและนำ GRC ไปปรับใช้ในการทำงานจริง
ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
- พนักงานที่เข้าร่วมโครงการ 140 คน จากการเข้าร่วมแบบ On-site และ Online
- ส่งเสริมความเข้าใจและทักษะในการบริหารความเสี่ยง พร้อมสนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของการกำกับดูแลที่ดีและความโปร่งใส
- สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง และกระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรด้วย GRC Mindset
การรวมเกณฑ์ความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Incorporation of Risk Criteria in Product Development)
เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และทิศทางขององค์กร บริษัทฯ ได้นำเกณฑ์ความเสี่ยงมาใช้ในกระบวนการพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ โดยครอบคลุมทั้งโครงการและผลิตภัณฑ์ใหม่ (การเติบโตแบบออร์แกนิก) โครงการร่วมลงทุน (JV Organic Growth) การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) รวมถึงการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ในขั้นตอนการพัฒนาธุรกิจเบื้องต้น การประเมินความเสี่ยงถือเป็นส่วนสำคัญ บริษัทฯ จึงดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ วิเคราะห์แบบจำลองทางการเงิน ตรวจสอบข้อตกลงใบอนุญาต และประเมินความเสี่ยงของโครงการอย่างครบถ้วน สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การประเมินความเสี่ยงจะทำตามแนวทางที่กำหนด โดยฝ่ายบริหารความเสี่ยงจะประสานงานกับฝ่ายพัฒนาธุรกิจตามความจำเป็น
การรวมมาตรวัดการจัดการความเสี่ยงในแรงจูงใจทางการเงิน (Incorporate Risk Management Metrics in Financial Incentives)
ตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลักขององค์กร (KPI) ทำหน้าที่กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่สำคัญ ซึ่งภายหลังจะถูกรวมเข้ากับตัวชี้วัดด้านการบริหารความเสี่ยง ตัวชี้วัดเหล่านี้ครอบคลุมมุมมองหลากหลายทั้งกลยุทธ์ การดำเนินงาน และเป้าหมายทางการเงิน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงที่เข้มแข็งในทุกระดับขององค์กร สำหรับการบริหารความเสี่ยง ตัวชี้วัดจะถูกรวมเข้าใน KPI ขององค์กร โดยเฉพาะในด้าน TRIR และเหตุการณ์ความปลอดภัยของกระบวนการ (Process Safety Events)
ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk)
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ประเด็นความเสี่ยงใหม่ที่อาจเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในช่วงสามถึงห้าปีข้างหน้า พร้อมทั้งจัดทำมาตรการป้องกันผลกระทบต่าง ๆ เพื่อควบคุมระดับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
| ความไม่สอดคล้องกันในแรงงานยุคใหม่ (Misalignment in the Modern Workforce) | |
|---|---|
| ประเภทความเสี่ยง (Category of Risk) | กลยุทธ์ (Strategic Risk) |
| แหล่งที่มา (Sources of Risks) | ปัจจัยด้านสังคมเศรษฐกิจ (Socioeconomic Factor) |
| คำอธิบายความเสี่ยง (Risk Description) |
พฤติกรรมและความคาดหวังของกลุ่ม Millennials และ Generation Z มีความแตกต่างจากวัฒนธรรมทางธุรกิจแบบ ซึ่งบริษัทฯ ในฐานะผู้นำด้านเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์และวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งพร้อมกับปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มของแรงงานยุคใหม่ โดยแรงงานกลุ่มต่าง ๆ มีความต้องการและลักษณะการทำงานที่แตกต่างกัน เช่น ต้องการความยืดหยุ่น ความหมายในการทำงาน และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นต้น หากบริษัทฯ ไม่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับความคาดหวังเหล่านี้ได้ อาจทำให้เกิดปัญหาการสื่อสารและความเข้าใจที่ไม่ตรงกันในองค์กร ส่งผลให้ความผูกพันและความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานลดลง สุดท้ายจะส่งผลต่ออัตราการรักษาพนักงาน ความต่อเนื่องในการทำงาน รวมถึงประสิทธิภาพและนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ ในระยะยาว |
| มาตรการรองรับปัจจัยเสี่ยง และโอกาส (Mitigation and Opportunities) |
บริษัทฯ ตระหนักถึงความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและพฤติกรรมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรุ่นใหม่ จึงได้วางมาตรการเพื่อรองรับความเสี่ยงควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้น
|
| การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการพัฒนาธุรกิจ (AI application to business development) | |
|---|---|
| ประเภทความเสี่ยง (Category of Risk) | เทคโนโลยี (Technological) |
| แหล่งที่มา (Sources of Risks) | ด้านสังคมเศรษฐกิจและด้านเทคโนโลยี (Socioeconomic Factor and Technological Factors) |
| คำอธิบายความเสี่ยง (Risk Description) |
การพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในบริบทของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์โอลีโอเคมีในไทย มุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) และ Generative AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนในการผลิต อาทิ การใช้ AI ในการทำแบบจำลองการผลิต (Process Simulation) การปรับแต่งปฎิกิริยาเคมี และการบำรุงรักษาเครื่องจักรเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) ตลอดจนการพัฒนาการจัดการด้านห่วงโซ่อุปทานที่มีศักยภาพมากขึ้นด้วย AI ซึ่งลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนในการได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ยั่งยืน โดยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่
หากไม่มีมาตรการจัดการที่เหมาะสม ความเสี่ยงเหล่านี้อาจกระทบชื่อเสียงและประสิทธิภาพการทำงานของบริษัทฯ ได้ |
| มาตรการรองรับปัจจัยเสี่ยง และโอกาส (Mitigation and Opportunities) |
|
| การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพจากสวนปาล์มน้ำมัน (Biodiversity Loss from Palm Oil Plantation) | |
|---|---|
| ประเภทความเสี่ยง (Category of Risk) | สิ่งแวดล้อม (Environmental) |
| แหล่งที่มา (Sources of Risks) | ปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic Factor) |
| คำอธิบายความเสี่ยง (Risk Description) |
เศรษฐกิจโลกพึ่งพาความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมาก โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ป่าไม้ ประมง และอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ขณะเดียวกันกิจกรรมทางธุรกิจก็เป็นสาเหตุให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ อาทิ การปลูกปาล์มน้ำมันเชิงเดี่ยวที่ก่อให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่า ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และการเกษตรอื่น ๆ ความหลากหลายทางชีวภาพจึงเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก หัวข้อหลักของอนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพครั้งที่ 16 (CBD COP) ในปี 2568 มีการนำแผนความหลากหลายทางชีวภาพไปปฏิบัติในระดับชาติ หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยซึ่งมีการพัฒนากฎระเบียบให้สอดคล้องกับกฎระเบียบตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) ประเทศไทยยังส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และ BCG Model บริษัทฯ อาจเผชิญความเสี่ยงทางการเงิน ความสามารถแข่งขัน และชื่อเสียง หากปลูกปาล์มน้ำมันโดยไม่รับผิดชอบ ขาดการบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน |
| มาตรการรองรับปัจจัยเสี่ยง และโอกาส (Mitigation and Opportunities) |
|