ความท้าทายและความมุ่งมั่น

บริษัทฯ ตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาทิ วิกฤตน้ำแล้ง รวมถึงการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมทำให้เกิดความต้องการใช้น้ำมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงอย่างมากต่อการขาดแคลนน้ำที่จำเป็นต่อกระบวนการผลิตทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ ซึ่งอาจส่งผลกระทบถึงขั้นเกิดการหยุดชะงักของธุรกิจ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำของชุมชนโดยรอบ ดังนั้น บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นดำเนินการบริหารจัดการน้ำภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ผู้มีส่วนได้เสียหลัก

พนักงาน
ชุมชนและสังคม
ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และนักวิเคราะห์
ภาครัฐ
คู่ค้า และคู่ค้าทางธุรกิจ
ลูกค้า

เป้าหมายการดำเนินงาน (Goals)

ปริมาณการใช้น้ำในกระบวนการผลิตไม่เกิน 1.57 ลูกบาศก์เมตรต่อตันการผลิตที่ GGC1
ปริมาณการใช้น้ำในกระบวนการผลิตไม่เกิน 0.75 ลูกบาศก์เมตรต่อตันการผลิตที่ GGC2

ผลการดำเนินงานที่สำคัญปี 2568

ปริมาณการใช้น้ำในกระบวนการผลิต 1.59 ลูกบาศก์เมตรต่อตันการผลิตที่ GGC1
ปริมาณการใช้น้ำในกระบวนการผลิต 0.75 ลูกบาศก์เมตรต่อตันการผลิตที่ GGC2

แนวทางการบริหารจัดการ

แนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน GRI 303-1 (2018)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดย บริษัทฯ มีความต้องการที่จะลดการใช้น้ำ รวมไปถึง การนำน้ำที่ผ่านการใช้แล้วมาใช้อีกครั้ง บริษัทฯ จึงพัฒนา แผนการดำเนินงาน เพื่อที่จะปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำ ให้มีประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วยหัวข้อต่อไปนี้

ประเมินการใช้น้ำประจำปีเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำ
ประเมินการการใช้น้ำในกระบวนการผลิตอยู่เป็นประจำเพื่อที่จะวิเคราะห์ข้อมูลและหาจุดที่สามารถปรับปรุงหรือแก้ไขให้ปริมาณการใช้น้ำลดลง ร่วมไปถึงเพื่อกำหนดโครงการเกี่ยวกับการใช้น้ำให้ดีขึ้น
ลดการใช้น้ำผ่านการปรับการดำเนินงาน
กระบวนการหาวิธีจัดการกระบวนการทำงานหรือกิจกรรมภายในองค์กร/โรงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำโดยไม่กระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการ
กำหนดเป้าหมายในการลดการใช้น้ำ
จัดทำเป้าหมายในการลดการใช้น้ำให้ชัดเจน และวัดผลได้ รวมไปถึงการดำเนินการจัดทำระบบที่ใช้ในการติดตามผลการดำเนินงาน
นำขั้นตอนการรีไซเคิลน้ำกลับมาใช้
ดำเนินการโครงการการนำน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้ว กลับมาผ่านกระบวนการบำบัดหรือตกแต่งคุณภาพ เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำดิบ เพิ่มจากแหล่งธรรมชาติ
จัดการอบรมสร้างความตระหนักรู้กับพนักงาน
ดำเนินการจัดการอบรมด้านการใช้น้ำให้แก่พนักงานเพื่อที่จะเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในด้านการใช้น้ำ

โครงการบริหารจัดการน้ำ (Water Management Program)

บริษัทฯ ได้พัฒนาแผนปฏิบัติการในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำในกระบวนการผลิต โดย บริษัทฯ มุ่งเน้นการลดการใช้น้ำในกระบวนการดำเนินงานและเพิ่มสัดส่วนการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ของ Clarified water Demineralized water และ Boil Water

ดำเนินการประเมินการใช้น้ำประจำปีเพื่อระบุวิธีการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำ
ดำเนินการลดการใช้น้ำผ่านการปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน เช่น การเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ที่สามารถลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิต ปรับอัตราส่วนการผลิตเพื่อลดการใช้น้ำโดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและปริมาณของผลิตภัณฑ์ และการปรับปรุงอุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ เป็นต้น
กำหนดเป้าหมายในการลดการใช้น้ำ
การนำน้ำรีไซเคิลไปประยุกต์ใช้
จัดการฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับพนักงานทุกคนเกี่ยวกับการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ

โครงการการจัดการน้ำ

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำหล่อเย็นในระบบ Cooling Tower

หอหล่อเย็น (Cooling Tower) ภายในโรงงานของ บริษัทฯ มีหน้าที่ในการนำน้ำหล่อเย็นไปแลกเปลี่ยนความร้อนที่อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนและอุปกรณ์ภายในปั้มและเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความร้อนได้ดีขึ้นของอุปกรณ์ภายในปั๊มจึงมีการระบายน้ำออกโดยตรงจากเส้นท่อไหลเวียนของน้ำหล่อเย็นไปยังบ่อน้ำเสีย ส่งผลให้บริษัทฯ เกิดการสูญเสียน้ำและสารเคมี โดยไม่จำเป็น และกระทบต่อต้นทุนการผลิตทั้งในด้าน ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากปริมาณน้ำ และปริมาณสารเคมีที่ใช้มากขึ้น บริษัทฯ จึงได้มีการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำหล่อเย็นในระบบ โดยดำเนินการต่อท่อจากปั้มทุกตัวที่มีการปล่อยน้ำออก ให้มีการกลับเข้ามาที่ Cooling Basin เพื่อวนนำน้ำหล่อเย็นกลับมาใช้งานอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำหล่อเย็นที่ปล่อยทิ้งและปริมาณสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต

ประโยชน์ที่ได้จากการดำเนินโครงการ

  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำหล่อเย็นในระบบ ร้อยละ 18
  • สามารถประหยัดน้ำและสารเคมีได้ 570,000 บาท/ปี
  • ลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดการน้ำเสีย 172,800บาท/ปี

ทั้งนี้ สามารถรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ ได้ที่ Performance Data 2025

การประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ (Water Risk Assessment) GRI 303-1 (2018)

บริษัทฯ มีการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำสำหรับสถานที่ตั้งประกอบการ เพื่อให้ทราบถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น โดยใช้เครื่องมือในการประเมินความเสี่ยงจาก WWF Water Risk Filter รวมไปถึงตรวจสอบข้อมูลพื้นที่ที่ความเสี่ยงด้านน้ำของประเทศไทย ที่มีการจัดทำขึ้นโดยกรมชลประทาน การติดตามอย่างต่อเนื่องนี้มีความสำคัญต่อการวางแผนและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในการดำเนินธุรกิจ โดยการติดตามระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดบริษัทฯ มั่นใจว่าการดำเนินการของบริษัทนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ วิธีการนี้ช่วยให้บริษัทฯ รักษาสมดุลระหว่างความต้องการในการดำเนินงานและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน

นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ดำเนินการติดตามแนวทางการรับมือในกรณีที่เกิดเหตุจำเป็นที่จะต้องลดปริมาณการใช้น้ำในการผลิตในเขตประกอบการจังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี และนำมารายงานต่อผู้บริหารเพื่อกำหนดแผนกลยุทธ์ในการดำเนินการต่อไป

จุดเก็บตัวอย่าง / วิเคราะห์คุณภาพน้ำดิบรายเดือน
พื้นที่ระยอง
  1. อ่างฯ หนองปลาไหล
  2. อ่างฯ ดอกกราย
  3. อ่างฯ คลองใหญ่
  4. อ่างฯ ประแสร์
  5. แม่น้ำระยอง
  6. ท่อดอกกราย-มาบตาพุด
  7. ท่อหนองปลาไหล-มาบตาพุด
  8. สระทับมา
พื้นที่ชลบุรี
  1. อ่างฯ หนองค้อ
  2. อ่างฯ บางพระ

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก อาทิ กลุ่ม ปตท. คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการน้ำภาคตะวัน (Water War Room) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการบริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีน้ำเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจและไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

บริษัท ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำประจำปีเกี่ยวกับปริมาณน้ำที่มีอยู่ในอนาคตและคุณภาพน้ำ ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทฯ โดยใช้เครื่องมือ WWF Water Risk Filter ในการประเมิน ทั้งนี้ ความเสี่ยงด้านน้ำที่เกี่ยวข้องกับการพึ่งพาและผลกระทบยังได้รับการพิจารณาในการประเมินความเสี่ยงนี้ โดยจากผลการประเมินพบว่า บริษัท ไม่มีการดำเนินงานในพื้นที่ที่มีการขาดแคลนน้ำ นอกจากนี้ บริษัท ยังใช้ WWF Water Risk Filter เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านน้ำในอนาคตในพื้นที่ดำเนินงานเพื่อพัฒนากลยุทธ์การใช้น้ำและเพิ่มขีดความสามารถในการตัดสินใจในอนาคต หลังจากพิจารณาและวิเคราะห์ผลการประเมินของความเสี่ยงทั้งสามประเภท ได้แก่ ความเสี่ยงทางกายภาพ ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ และความเสี่ยงด้านชื่อเสียง ไม่พบฐานการผลิตใดที่มีความเสี่ยงสูงในประเภทใด ๆ เหล่านี้

นอกจากนี้ บริษัทยังติดตามปริมาณน้ำในระดับท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอโดยอ้างอิงจากข้อมูลของกรมชลประทาน การติดตามอย่างต่อเนื่องนี้มีความสำคัญต่อการวางแผนและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในการดำเนินธุรกิจ โดยการติดตามระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด บริษัทมั่นใจว่าการดำเนินการของบริษัทนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ วิธีการนี้ช่วยให้ บริษัทรักษาสมดุลระหว่างความต้องการในการดำเนินงานและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน

การจัดการน้ำทิ้ง (Effluent Management) GRI 303-2 (2018)

บริษัทฯ กำหนดนโยบายแผนงานด้านอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม QSHEB เพื่อเป็นแนวทางในการติดตามและเฝ้าระวังการปล่อยน้ำเสียตลอดห่วงโซ่การผลิต อีกทั้ง มีระบบการระบายน้ำทิ้งที่สอดคล้องกับข้อกำหนดหรือข้อบังคับทางกฎหมาย อาทิ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และข้อกำหนดการระบายน้ำทิ้งเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลางในนิคมอุตสาหกรรมของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รวมถึงสอดคล้องตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่ระบุไว้ในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (Initial Environmental Examination) นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำทิ้งมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของอุตสาหกรรมโอลีโอเคมีภัณฑ์ โดยมีพารามิเตอร์ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้ง อาทิ ค่าความเป็นกรดด่าง (pH) อุณหภูมิ (Temperature) ค่าซีโอดี (Chemical Oxygen Demand: COD) ค่าบีโอดี (Biological Oxygen Demand: BOD) ค่าของแข็งแขวนลอยทั้งหมด (Total Suspended Solid: TSS) น้ำมันและไขมัน (Oil and Grease) โลหะหนัก เช่น ปรอท (Hg) สารหนู(As) เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งตามพารามิเตอร์ข้างต้น เป็นประจำทุกวันวันละ 2 ครั้ง และรายงานในที่ประชุม เพื่อติดตามและควบคุมคุณภาพของน้ำทิ้งก่อนมีการระบายลงสู่ระบบบำบัดส่วนกลางของการนิคมอุตสาหกรรม

บริษัทฯ ยังมีการดำเนินการโครงการปรับปรุงน้ำ และคุณภาพของน้ำเสียโดยอ้างอิงหลักการ Reduce, Reuse และ Recycle ซึ่งเป้าหมายของการดำเนินการนี้มีวัตถุประสงค์ในการลดประมาณการใช้น้ำและปริมาณการน้ำเสียที่เกิดขึ้นในโรงงาน และโครงการเหล่านี้ยังคงดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน

การฝึกอบรมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ (Water Efficiency Training)

บริษัทฯ ได้จัดการฝึกอบรมการจัดการสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงานทุกคน ตามมาตรฐาน ISO 145001 ซึ่งการจัดการน้ำเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร โดยการอบรมมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำภายในองค์กรเพื่อลดการใช้น้ำและเพิ่มประโยชน์สูงสุดจากการใช้น้ำ บริษัทฯ ได้จัดการฝึกอบรมภายในเกี่ยวกับการจัดการน้ำ โดยใช้วิธีการ 3Rs เป็นแกนหลักของการฝึกอบรม หลักสูตรประกอบด้วย:

  1. ภาพรวมของนโยบายการจัดการน้ำที่มีอยู่ตามนโยบาย QSHE ของ GGC และมาตรฐาน ISO 145001
  2. วิธีการประยุกต์ใช้หลักการ 3Rs ในการจัดการน้ำในโรงงานและความสำคัญของการลดการใช้น้ำ การนำกลับมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิลในสถานที่ทำงาน
  3. การแนะนำถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการดำเนินโครงการลดการใช้น้ำ

ผลการดำเนินนงานด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ (Water Management Performance)

ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568 เป้าหมาย ปี 2568
ปริมาณการใช้น้ำ (ลูกบาศก์เมตร) Water Consumption (m³) 521,654 543,076 572,111 582,562 552,859